'วิโรจน์' แนะกรมบัญชีกลางแก้ไขประกาศการจัดลำดับผู้รับเหมาก่อสร้าง แก้การผูดขาด ฮั๊วประมูล ชี้หากแก้ไขจะคืนงบแผ่นดินจากการสร้างทางมากถึง 5,600 ล้านบาท ขู่หากไม่แก้จ่อร้อง ป.ป.ช.เล่นงาน
23 พ.ย.2566 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอปัญหาประกาศของกรมบัญชีกลางที่เอื้อให้เกิดการผูกขาดในหมู่ผู้รับเหมาชั้นพิเศษและฮั้วประมูล ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ว่าในการประมูลโครงการก่อสร้างทางมูลค่า 500 ล้านบาทสำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษนั้น มีราคาประมูลห่างจากราคากลางอยู่ประมาณ 0.24-0.36% จนแทบมองได้ว่า ไม่มีการประมูลราคาเลย ขณะที่ผู้รับเหมาชั้น 1 มีการประมูลโครงการก่อสร้างทางมูลค่า 450-500 ล้านบาท มีการประมูลราคาห่างจากราคากลางถึง 19.46-22.57% ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันสูง
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การปรับหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ตามประกาศเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ว่าถึงเงื่อนไขในการที่จะขยับชั้นผู้รับเหมาจากชั้น 1 ไปสู่ชั้นพิเศษนั้น พบว่ามีเงื่อนไขที่เป็นไปได้ยาก โดยผู้รับเหมาต้องมีผลงาน 1 โครงการ ในระยะเวลา 6 ปี ซึ่งต้องเป็นโครงการที่มีมูลค่า 450 ล้านบาทขึ้นไป จึงถือว่าเป็นการยากมากที่ผู้รับเหมาชั้น 1 จะขยับชั้นขึ้นไปได้ หลักเกณฑ์ปกติของการเลื่อนชั้นของผู้รับเหมา เช่น หากผู้รับเหมาชั้น 3 ที่ประมูลโครงการในราคา 150 ล้านบาท หากจะขยับขึ้นมาเป็นผู้รับเหมาชั้น 2 ต้องมีประสบการณ์รับงานโครงการ 75 ล้านบาท (ครึ่งหนึ่งของราคาประมูลปกติ) หากอิงตามหลักเกณฑ์นี้ ผู้รับเหมาชั้น 1 ที่จะขยับขึ้นไปเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษควรจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีประสบการณ์ในการประมูลโครงการราคาเพียง 250 ล้านบาท (ครึ่งหนึ่งของ 500 ล้านบาท) เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสูงถึง 450 ล้านบาท
ส่วนข้ออ้างที่ระบุว่า การจะขึ้นเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษต้องมีการการันตีมาตรฐานทางวิศวกรรมนั้น วิโรจน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เนื่องจากราคาประมูลโครงการ ยิ่งแพงมากเท่าไหร่ หมายถึงระยะทาง หรือจำนวนเลนที่มากกว่าโครงการที่มาจากราคาประมูลต่ำลงมา ซึ่งการก่อสร้างทางในระยะยาว หรือสั้น ย่อมมีมาตรฐานในการก่อสร้างอยู่แล้ว แม้จะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากกรมบัญชีกลางด้วยการออกประกาศเพิ่มผู้รับเหมาชั้น 1ก แต่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการฮั้วประมูลของผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เพราะเป็นเพียงการเพิ่มวงเงินประมูลโครงการไปที่ 600 ล้านบาท เพื่อทำให้การเลื่อนชั้นของผู้รับเหมาชั้น 1 ขึ้นไปสู่ผู้รับเหมาชั้นพิเศษต้องมีค่าประสบการณ์เหลือเพียง 300 ล้านบาท
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า หากมีการปรับเงื่อนไขการเลื่อนชั้นของผู้รับเหมาชั้น 1 ไปสู่ผู้รับเหมาชั้นพิเศษด้วยหลักเกณฑ์ตามปกติ คือ ผู้รับเหมาจะต้องมีประสบการณ์โครงการมูลค่ากึ่งหนึ่งจากราคาประมูลปกติ จะทำให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง 4,700-6,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหากมีการปรับแก้ตัวเลขมูลค่าโครงการประสบการณ์จาก 450 ล้านบาท เป็น 250 ล้านบาท จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการฮั้วประมูลเพื่อเอื้อให้แก่ผู้รับเหมารายใหญ่ได้ แต่หากยังไม่มีการแก้ไขก็จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รักชนก' คิดถึง 'ไชยชนก' นัดเจอ 13 ส.ค. หลังเบี้ยวมา 3 รอบ
'ไอซ์ รักชนก' ฝากความคิดถึง 'ไชยชนก' ทวง TOR-เชิญถกปม TH-AI Passport 13 ส.ค.นี้ หลังเบี้ยวมา 3 รอบ จ่อชงสอบสวนกลาง-ปปง. เช็กบิลคนทุจริต
ดีเอสไอชี้ ป.ป.ช.เป็นเจ้าภาพหลักคดีโกงสอบท้องถิ่น!
'ยุทธนา' ระบุดีเอสไอแค่ร่วมไต่สวนคดีทุจริตสอบเข้าท้องถิ่น ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานหลัก
ประธานสภาลั่นเป็นศิษย์ตถาคตไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน!
'โสภณ' ยกหลักธรรมลั่นเป็นศิษย์ตถาคต ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน-ไม่หวั่นแรงกดดัน ยันไม่ดองคำร้องสอบ ป.ป.ช.คดี 'ศักดิ์สยาม' ชี้ต้องรอคณะผู้ทรงคุณวุฒิชงความเห็น ย้ำยึดหลักกฎหมายไม่ใช่อารมณ์
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
วิโรจน์หยุดเสี้ยม! 'แกนนำภูมิใจไทย' ยัน 'นายกฯหนู-เนวิน' ไม่ขัดแย้งกัน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศึกในกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล

