'หมอเหรียญทอง' เฮลั่น! ได้ข่าวดีหลังเป็นปธ.พิธีปลุกเสกพระ บอกจะตั้งชื่อรุ่น 'ปราบกุ๊ย'

22 ธค.2564 - พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า ผมเพิ่งเสร็จจากการเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเศก ปลุกเสก 'พระพุทธมงกุฎวัฒนะชนะโรคา' ที่วัดชินวรารามวรวิหาร จ.ปทุมธานี เนื่องในโอกาสปีที่ 30 ของ บริษัท มงกุฎวัฒนะ จำกัด(มหาชน)

ปรากฎว่ามีเพื่อนรักน้องเลิฟแจ้งข่าวว่า 'ไอ้กุ๊ยหลักสี่' ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามันขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัคร สส. เพราะเคยต้องคำพิพากษาทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์ ไปฉ้อโกงเขา นอกจากถูกปลดจาก สส.แล้วหลังจากนี้ กกต.ก็จะดำเนินคดีอาญากับไอ้กุ๊ยหลักสี่ซึ่งต้องโทษจำคุก 3-10 ปี และถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งอีก 20 ปี

ผมสงสัยว่า 'พระพุทธมงกุฎวัฒนะชนะโรคา' จะศักดิ์สิทธิมากครับ นอกจากจะชนะโรคาปราบโควิดแล้วยังปราบกุ๊ยอีกต่างหาก...สงสัยว่าต้องตั้งชื่อรุ่นพระพุทธมงกุฎวัฒนะชนะโรคา รุ่นที่ 1 ครบ 30 ปี บมจ.มงกุฎวัฒนะ ว่า 'รุ่นปราบกุ๊ย'

พรุ่งนี้ผมจะไปสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นักโทษโกงชาติไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องเป็นโมฆะมีผลย้อนหลังเพื่อคืนวันจองจำกลับไปเหมือนเดิมอีกด้วย...พรุ่งนี้ 'พระพุทธมงกุฎวัฒนะชนะโรคา' จะให้พลังพุทธคุณ 'ปราบเหี้ยโกงชาติ' ครับ

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
22 ธ.ค.64 เวลา 16.59 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘วัส’ วิเคราะห์แง่มุมกฎหมายคดีปลด ‘หมอสรณ’ พ้นกสทช.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ  บทวิเคราะห์คดีหมอสรณ: เมื่อ "ลักษณะต้องห้าม" กลายเป็นคำถามถึง "ความชอบกฎหมายของกระบวนการสรรหา กสทช."

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70