นักวิชาการ ยกเคส 'Taylor Swift' จี้รัฐบาลใช้สมองขจัดจุดอ่อนการท่องเที่ยว ให้ยั่งยืน

'อ.หริรักษ์' ยกรณีสิงคโปร์ใช้เงินจัดคอนเสิร์ต Taylor Swift แนะรัฐบาลแข่งขันด้วยจุดแข็งของประเทศเราขจัดจุดอ่อนที่ยังมีอยู่ให้หมดไปพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระยะยาว เลิกคิดเรื่อง digital wallet อย่าใช้สมองคิดหาทางนำ ยิ่งลักษณ์ กลับบ้านแบบ ทักษิณ

8 มี.ค.2567- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

เห็นด้วยกับโฆษกรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน พูดถึงรัฐบาลสิงคโปร์กรณีคอนเสิร์ต Taylor Swift ไม่ได้พูดถึงสิงคโปร์ในแง่ไม่ดี แต่ต้องการให้ไทยใช้สิงคโปร์เป็นตัวอย่างในการโปรโมทการท่องเที่ยว เป็นการพูดถึงอย่างชื่นชมไม่ใช่เป็นการอิจฉาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ส.ส.คนหนึ่งของฟิลิปปินส์ ไม่ทราบว่าเห็นข่าวนายกรัฐมตรีไทยหรือไม่ ก็ได้กล่าวถึงสิงคโปร์ในกรณีเดียวกันนี้ในเชิงประท้วงว่า “ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ดีพึงกระทำ“
หลังจากนั้น นาย Lee Hsien Loong นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ จึงออกมาแถลงชี้แจงว่า รัฐบาลสิงคโปร์ได้ใช้เงินก้อนหนึ่งจากเงินกองทุนสนับสนุนการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ เสนอให้เป็นแรงจูงใจ(incentive)และยื่นเงื่อนไขให้ Taylor Swift มาแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์เพียงประเทศเดียวในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และการเจรจาตกลงเป็นผลสำเร็จ การจัดคอนเสิร์ตก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และก็ไม่เห็นว่าจะไม่เป็นเพื่อนที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านตรงไหน

จริงอย่างที่นาย Lee Hsien Loong พูด ในโลกแห่งการแข่งขันเสรี ประเทศแต่ละประเทศต้องแข่งขันกันทั้งนั้น ผลประโยชน์ของประเทศย่อมอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ตราบเท่าที่ผลประโยชน์นั้นไม่ใช่ได้มาด้วยการก่อสงคราม หรือการแทรกแซงทางการเมืองประเทศอื่นๆ หรือด้วยการกระทำสิ่งที่ไร้จริยธรรมและศีลธรรมอันดี ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ ที่สิงคโปร์ต้องโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยวิธีนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของชาติ เพราะประเทศเขาไม่มีแหล่งท่องเที่ยวแบบบ้านเรา ไม่มีธรรมชาติที่สวยงาม ไม่มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีดีกว่าประเทศเราตรงความปลอดภัย ความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยที่ดีกว่าเราเท่านั้น ซึ่งประเทศเรากับประเทศสิงคโปร์ก็เป็นประเทศที่แข่งขันกันในเรื่องการท่องเที่ยว และในทุกเรื่องอยู่แล้ว

คำถามจึงมีว่า เราควรจะแข่งขันกับสิงคโปร์แบบชนกันตรงๆแบบที่นายรัฐมนตรีแนะนำกล่าวคือ เมื่อสิงคโปร์ใช้คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว เราก็จะใช้คอนเสิร์ตด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากศิลปินระดับ Taylor Swift ที่จะดึงดูดคนได้มากเช่นนี้ มีไม่มากนัก ดังนั้นเราคงต้องต้องทุ่มเงินแข่งกับสิงคโปร์ว่าใครจะสร้างแรงจูงใจได้มากกว่ากัน เราควรแข่งขันแบบนี้โดยยอมให้เงินก้อนโตออกนอกประเทศไป แลกกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา หรือเราควรจะแข่งขันด้วยจุดแข็งของประเทศเรา และขจัดจุดอ่อนที่ยังมีอยู่ให้หมดไป เผอิญจุดอ่อนของเรากลับเป็นจุดแข็งของสิงคโปร์ นั่นคือความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวก ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

หากเราสามารถขจัดจุดอ่อนของเราได้จริง สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งทุกจังหวัดของเรามีห้องน้ำที่สะอาด ปราศจากขยะ ร้านค้าสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่จอดรถมีเพียงพอ มีความปลอดภัย บวกกับจุดแข็งที่มีอยู่แล้วของเราคือ ธรรมชาติที่สวยงาม ศิลปวัฒนธรรม วัดวาอาราม อาหารที่อร่อยรวมทั้ง street food ราคาถูกที่หาได้ 24 ชั่วโมง ต่อให้สิงคโปร์จัดคอนเสิร์ตอีกกี่ครั้งก็สู้เราไม่ได้

ที่ผ่านมาทุกรัฐบาล เรามีแต่การโปรโมทการท่องเที่ยวซึ่งให้ผลเพียงระยะสั้น เช่น ทำแต่ภาพยนต์โฆษนา จัดแต่ events จัดแต่เทศกาล ยกเว้นวีซ่า ฯลฯ หากจะให้เกิดผลที่ยั่งยืน เราต้องหันไปดูแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดว่ามีจุดอ่อนอะไรบ้าง แล้วจัดการขจัดจุดอ่อนที่มีให้หมด แน่นอนว่า การทำแบบนี้ต้องใช้เวลาและจะไม่เห็นผลในระยะสั้นเหมือนการจัด events ดังนั้นจึงไม่มีรัฐบาลไหนคิดทำ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทบก็ไม่ค่อยอยากทำ อาจเป็นเพราะว่ากว่าจะเห็นผลรัฐบาลหรือผู้บริหารการท่องเที่ยวก็พ้นตำแหน่งไปแล้ว

หากรัฐบาลจะเห็นแก่ประเทศชาติ และต้องการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนจริงๆอย่างที่พูด ก็ควรต้องพัฒนาการท่องเที่ยวแบบระยะยาวไปพร้อมๆกับ ระยะสั้น หากรัฐบาลทุกรัฐบาลทำเช่นนี้ต่อเนื่องกันมา ป่านนี้ประเทศเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ไม่ต้องไปกลัวว่าสิงคโปร์จะจัดคอนเสิร์ต Taylor Swift อีกกี่ครั้ง

เมื่อไม่มีรัฐบาลไหนคิดพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระยะยาว ทำไมรัฐบาลนี้จึงไม่เริ่มทำเป็นรัฐบาลแรก เลิกคิดเรื่อง digital wallet ที่มันเป็นไปไม่ได้ อย่ามัวแต่ใช้สมองคิดหาทางนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับบ้านแบบนายทักษิณให้ได้ แล้วหันมาใช้สมอง และแรงกายแรงใจไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในระยะยาวบ้าง แม้อาจยังไม่เห็นผลทันใจ แต่ก็ดีกว่าการลอยไปลอยมา ออกข่าวไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยสักนิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน

อดีตรองอธิการบดี มธ. ข้องใจพวกปกป้อง สส. ใส่ชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา DNA เดียวกัน ทำอะไรก็ไม่ผิด

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก

'อดีตรองอธิการบดีมธ.' แนะรัฐเลิกเก็บภาษีสรรพสามิต น้ำมันจะลดได้ถึง 6-7 บาท/ลิตร

รัฐบาลควรพิจารณาอย่างยิ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คือการลดภาษีสรรพสามิต และไม่ควรลดเพียงบาทสองบาท แต่ควรลดมากกว่านั้น

'หริรักษ์' เรียกหา 'แก๊งภาษีกู' จะเอาแบบ 'หมอวรงค์' หรือไม่

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความว่าแรกทีเดียวที่ได้ฟัง ยังคิดว่าคุณหมอวรงค์ไ

DAD คิดเผื่อ...เร่งติดตั้งเครื่องฟอกและม่านอากาศป้องกัน PM2.5

DAD ลุยติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ เครื่องกรองอากาศ และม่านอากาศ เพิ่มความมั่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้ใช้อาคาร ย้ำมิติการทำงานตามหลัก CSR ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

รู้แล้วฝีมือใคร! จุดเริ่มต้นดรามา 'ซีเกมส์ 2025'

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิพากษ์วิจารณ์กันจนเป็นดรามา คือเรื่องพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ