
15 พ.ค. 2569 – รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่านว่า ผมจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ด้วยสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎร ความเป็นตัวแทนของประชาชน ในการให้ข้อเสนอแนะ และก็ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา โดยยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตลอดจนการทำหน้าที่ในคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระต่างๆ ให้ปราศจากการถูกครอบงำและแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยผมจะเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้านโดยเร็วที่สุดครับ เพื่อให้องค์ประกอบของสภามีความครบถ้วนสมบูรณ์
สุดท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งคร้บว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย และรัฐสภาในฐานะองค์กรที่เป็นศูนย์รวมอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ จะเร่งเดินหน้าขบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ลงประชามติไว้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาครับ”
ข้อความข้างต้นคือ การแถลงของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หลังจากพิธีรับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งนายณัฐพงษ์ก็ได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ แต่พอแถลงต่อสื่อมวลชน คุณณัฐพงษ์น่าจะลืมไปแล้วว่าพิธีที่เพิ่งผ่านไปเป็นพิธีอะไร เพราะนายณัฐพงษ์บอกว่า ขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน และสื่อมวลชน แต่คำแถลงทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ นายณัฐพงษ์ไม่ได้กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว สุดท้ายยังบอกว่า รัฐสภาคือองค์กรที่เป็นศูนย์รวมอำนาจสูงสุดในประเทศนี้
นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในจิตใต้สำนึกของนายณัฐพงษ์เป็นอย่างไร คิดอย่างไร ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ใช่เพียงนายณัฐพงษ์ แต่เรียกได้ว่าทุกคนในพรรคประชาชน และคณะก้าวหน้าล้วนเป็นเช่นนี้ ราวกับว่า เกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่จะเข้าพรรคประชาชนมีเพียงเกณฑ์เดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกณฑ์การคัดเลือกคนที่พรรคจะส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง คือ “ทัศนคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”
ดังนั้นอย่าได้พูดอีกเลยว่า การยื่นขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะมีเจตนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะตลอดมา พวกคุณไม่เคยให้ความสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังพยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาให้เสมอกับหรือใกล้เคียงกับสามัญชนให้มากที่สุด ภายใต้คำพูดเท่ๆ ว่า “ความเท่าเทียมกัน” อย่างที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยอภิปรายในสภาว่า
“จะจัดวางพระราชอำนาจ และพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ให้เหมาะสมกับยุคสมัย”
จริงอย่างที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า กิจกรรมทั้งหมดที่ทำเป็นขบวนการ ตั้งแต่ความพยายามที่จะยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 โดยพรรคก้าวไกลใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเสียด้วย การชุมนุมของกลุ่มต่างๆที่เป็นการต่อต้านสถาบัน โดยใช้คำหยาบคาย คุกคาม และมีความรุนแรง ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยทันที แต่เป็นการ “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” สถาบันพระมหากษัตริย์ไปเรื่อยๆ โดยจะนำไปสู่การล้มล้างในที่สุด
ดีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำดังกล่าวเสีย ไม่เช่นนั้นในวันนี้ การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาจใกล้จะเกิดขึ้นแล้วก็ได้
ช่วงท้ายของคำแถลง นายณัฐพงษ์ ยังไม่พลาดที่จะทวงเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกด้วยเช่นกัน
เราจึงต้องช่วยกันเกาะติดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ ดูว่า มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหมวด 2 มาตรา 6 ที่ว่า
“องค์พระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้” หรือไม่
หากมีความพยายามดังกล่าว เราก็ต้องคอยดูว่า สส. จากพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งที่ร่วมรัฐบาล ทั้งที่เป็นฝ่ายค้าน จะมีปฏิกิริยาอย่างไร โดยเฉพาะพรรคที่ได้ชื่อว่า จงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์มากที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล
วิโรจน์หยุดเสี้ยม! 'แกนนำภูมิใจไทย' ยัน 'นายกฯหนู-เนวิน' ไม่ขัดแย้งกัน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศึกในกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ความพ่ายแพ้แพ็กคู่ในสนาม 'กรุงเทพ-พัทยา' จุดอิ่มตัวของกระแสพรรคส้ม
ภาพลวงตาจากยอดไลก์ ยอดแชร์ และกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย กำลังถูกปอกเปลือกออกให้เห็นเนื้อแท้ทางการเมืองผ่านผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา
ปชน. ซัดงบ 70 ฝีแตก แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ไม่หวั่นองครักษ์พิทักษ์ลูกนาย
ปชน. จัดทัพชำแหละงบ 70 ซัดผิวเผินเหมือนจัดมาดี กลายเป็นแก้ปมอดีต แฉโครงการ AI เพิ่มอื้อ ลั่นปัญหาใหญ่เงินนอกงบประมาณ 'ศิริกัญญา' เมินองครักษ์พิทักษ์นาย-ลูกนาย
อยู่ตรงนี้เสมอ! 'เจี๊ยบ' ส่งกำลังใจ 'ปชน.' พักผ่อนหายเหนื่อยลุกสู้ต่อ เส้นทางยาวไกลจะไม่หยุดฝัน
เจี๊ยบอมรัตน์ ส่งกำลังใจ 'ปชน.' พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป
'เลขาฯปชน.' ปัดเดินเกมพลาด แพ้เลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม.' เหตุดึง 'สุรพล' ร่วมงานพรรค
เลขาฯพรรคปชน. บอกน้อมรับและรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่องในการพ่ายแพ้เลือกตั้ง

