ดร.เสรี ห่วงบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพกระเบื้องเฟื่องฟูลอย

16 มี.ค.2567 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในภาพยนตร์ animation เรื่อง Dawn of Revolution มีข้อความเกี่ยวกับเรื่องการชะลอการพระราชทานรัฐธรรมนูญว่าประชาชนยังมีคุณภาพไม่ดีพอที่จะให้มีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้เพราะคุณภาพการเมืองของประเทศขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนที่จะเป็นคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ถเาหากประชาชนยังไม่มีคุณภาพ เราไม่มีทางได้ผู้แทนคุณภาพ

จากการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจนป่านนี้แล้ว คนไทยจำนวนหนึ่งก็ยังไม่มีคุณภาพพอที่จะพิจารณาเลือกนักการเมืองที่เป็นคนดีเข้าสภา พวกเขาคิดถึงแต่ผลประโยชน์จากโครงการประชานิยมที่นักการเมืองนำมาหาเสียงเท่านั้น

สื่อมวลชนบางคน บางสำนัก ก็ทิ้งอุดมการณ์ ทำหน้าที่อย่างไร้จรรยาบรรณ อวยคนชั่ว ทำหน้าที่เป็น solar cell ช่วยฉายแสง สร้างกระแสความดังให้แก่นักการเมืองชั่วๆ ลืมหน้าที่ของการเป็นหมาเฝ้าบ้านที่เป็นต้นกำเนิดของฐานันดรที 4

บ้านเมืองเราจึงตกอยู่ในสภาพกระเบื้องเฟื่องฟูลอย คือคนชั่วคนเลวกลายเป็น hero ที่ผู้คนสนใจติดตามเรื่องราว และแห่แหนกันแสดงความชื่นชม ไม่สนใจเรื่องศีลธรรม จริยธรรมใดๆ น่าเป็นห่วงลูกหลานของเราในอนาคต

พวกเขาจะต้องอยู่ในประเทศชาติที่มีสภาพเป็นเช่นไร จะร่มเย็นเป็นสุขอย่างทุกวันนี้หรือไม่ น่าเป็นห่วงจริงๆนะคะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม

เลวยันเงา

เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า