เฮือกสุดท้าย! 12 มิ.ย.ศาล รธน.นัดพิพากษาถอดถอนอดีตรอง ผบช.ภ.8

ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิพากษาปมถอดถอน 'บิ๊กอ่วม' พ้นจากตำแหน่งกรณีร่ำรวยผิดปกติขัด รธน.หรือไม่ 12 มิ.ย.นี้

08 พ.ค.2567 - ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีกรณีที่ศาลปกครองกลาง ส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดี (พล.ต.ท.สมหมาย นิตยบวรกุล หรือบิ๊กอ่วม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8) ในคดีหมายเลขดำที่ บ.127/2566 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า พระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคสาม ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และ 29 หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.30 น.

สำหรับ พล.ต.ท.สมชาย ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด กรณีกล่าวหาว่า พล.ต.ท.สมชาย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 (รอง ผบช.ภาค 8) มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษายึดทรัพย์คดีร่ำรวยผิดปกติกว่า 136 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากนี้ยังถูกร้องต่อศาลปกครองกลางให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่ 

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม