‘จตุพร’ ปูดสัญญาณใหม่นักโทษ เสนอให้นายกฯลาออก 1 เดือน แลกไม่ฟ้องหรือเลื่อนคดี112

‘จตุพร’ถามถึงคนจริงแก้ปัญหาเบี้ยวดีล ปูดสัญญาณใหม่นักโทษเสนอให้นายกฯ ลาออกใน 1 ด.แลกไม่ฟ้องหรือเลื่อนคดี 112 คณะผู้ดีลปัดตกโต๊ะเจรจา ลั่นถอดนายกฯ เป็นคนละกรณีผิดดีล ยืนกรานสั่งฟ้องจับติดคุก ลั่นอย่าเพิ่งเชื่อจะเป็นคนจริง หวั่น 29 พ.ค.โอนเอียงตามคำลวง แล้วอ้างความโง่ซ้ำซาก

27 พ.ค.2567-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ หากคณะผู้ดีลยังยืนกรานให้สั่งฟ้องคดี ม.112 กับนักโทษทักษิณ ชินวัตร โดยไม่หลงไปตามข้อเสนอเจรจาใหม่ให้เลื่อนออกไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง  แม้นักโทษทักษิณ จะไปตามนัดของอัยการสูงสุดในการจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ม.112 ด้วยสีหน้าระรื่นก็ตาม แต่ใจกลับเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกัน โดยประเมินจากสัญญาณดีลมีการต่อรองกันไปมากับการฟ้องคดี ม.112

“มีข่าววงในระบุว่า มีการยื่นข้อเสนอจะลาออกภายในกรอบเวลา 1 เดือนเพื่อแลกกับการสั่งไม่ฟ้องคดี ม.112 หรือเลื่อนคดีออกไป แต่คณะผู้ดีลเห็นว่า เรื่องในศาล รธน.ไม่ได้เป็นการกระทำความผิดที่อยู่ในเงื่อนไขดีลมาแต่ต้น จึงเป็นคนละกรณีกัน อย่างไรก็ตาม ประเทศนี้อะไรก็เกิดขึ้นมาได้”

แม้ช่วงขณะนี้คณะผู้ดีลยังยืนกรานเด็ดขาดในการสั่งฟ้องคดี ม.112 แต่ในช่วงวันที่ 29 พ.ค. ย่อมไม่มีใครรู้เช่นกันจะออกผลอย่างไร หรือท้ายสุดอาจถูกละเลงจนทำให้โจษจานเหมือนบางเรื่องไปอีกนานเท่านานหรือไม่ เพราะการเปิดประตูครั้งนี้ย่อมไม่แตกต่างจากความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินว่า “บกพร่องโดยสุจริต” เหมือนคดีซุกหุ้นในอดีตที่เป็นปัญหามากว่า 20 ปี

นายจตุพร ย้อนถึงการตัดสินคดีซุกหุ้นเมื่อปี 2544 ว่า สมัยนักโทษทักษิณเป็นนายกฯ ครั้งแรก เขาถูกคดีซุกหุ้นเล่นงาน แต่ศาล รธน. เมื่อ 3 ส.ค. 2544 มีมติ 8 ต่อ 7 ตัดสินให้พ้นผิดโดยอ้างว่า กระทำบกพร่องโดยสุจริต อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินของศาล รธน.ครั้งนั้น เท่ากับเปิดประตูบานใหญ่ให้เกิดความเสียหายทวีคูณขึ้นจนบ้านเมืองบกพร่องโดยสุจริตมาถึงปัจจุบัน

“ถ้า (ครั้งนี้) คณะผู้ดีลจัดการไม่ได้ แล้วไปจับมือกับปีศาจเก่า เพราะกลัวปีศาจฟันน้ำนมตัวใหม่แล้ว บ้านเมืองย่อมถูกสร้างสถานการณ์นำมาอ้างเสมอ โดยเบื้องหลังการอ้างมักเต็มไปด้วยผลประโยชน์ร่วมมาแลกเปลี่ยนกัน เพราะกระเป๋ากลุ่มทุนก็เป็นกระเป๋าเดียวกัน ดังนั้น ประชาชนจึงถูกหลอกมาตลอดทุกยุคสมัย ดูเสมือนหนึ่งว่า เขารบกันจริง แต่ผู้ยึดอำนาจก็ยังหลอกประชาชนอีกด้วย”

ในครั้งนี้หากประชาชนไม่ต้องการเป็นผู้ถูกหลอกอีกแล้ว ควรคิดใคร่ครวญให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ไปถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการต่อสู้มีความตาย บาดเจ็บ ติดคุก ล้วนเป็นของจริงที่เกิดขึ้นกับประชาชน ไม่ได้หลอกลวงกัน ช่วงอีก 3 วันจากนี้ (จะถึงวันที่ 29 พ.ค.) คงได้เห็นสัญญาณอะไรบางอย่างผุดขึ้นมา การไปโคราชเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) ยังประโคมข่าวถึงคนอยู่เบื้องหลัง 40 สว.ยื่นคำร้อง (เล่นงานนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อศาล รธน.) แต่ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ เพียงแค่สร้างความวุ่นวายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อระบุถึงคนอยู่เบื้องหลัง 40 สว.แล้ว ถ้าพิจารณาจากต้นเหตุของของคำร้องย่อมปรากฎเงานักโทษผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังยัดชื่อให้นายเศรษฐา ตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต. ทั้งที่ข้อหาด้านความซื่อสัตย์และมาตรฐานจริยธรรมยังไม่กระจ่างชัด ส่อให้คุณสมบัติ รมต.ขัด รธน. จึงถูกร้องเรียนถึง ศาล รธน.ให้ตัดสินคุณสมบัติ ดังนั้น เท่ากับหาเรื่องเข้าไปอยู๋ในแดนสังหารเอง

นายจตุพร กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนในคุณสมบัติเป็น รมต.ของนายพิชิต ถูกส่งสอบถามกับคณะกรรมการกฤษฎีกามาแล้ว จนครั้งแรกไม่กล้าตั้งเป็น รมต. แต่เมื่อปรับ ครม.ใหม่ยังเอาผลการสอบถามครั้งเก่ามาตั้งเป็น รมต.จนได้ โดยอ้างเป็นกระบวนการสุจริตถูกต้องตาม รธน. แล้วทำให้ตำแหน่งนายกฯ ของนายเศรษฐา เกิดความความสุ่มเสี่ยง

“จะเห็นว่า นายเศรษฐา มีความระวังในการตั้งนายพิชิต เป็น รมต.อย่างยิ่ง ทั้งสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อผลออกมาก็ยังระวังไม่ตั้งเป็น รมต. แล้วมาครั้งสองกลับตั้งเข้ามาเป็น รมต.จนได้ แล้วทำให้เสี่ยงเมื่อมีเรื่องร้องต่อศาล รธน. อีกทั้งคาดว่า การพิจารณาของ ศาล รธน.อย่างน้อยคงใช้เวลาถึง 2 เดือน  อย่างไรก็ตาม กรณีนี้จะนำพาไปสู่ปัญหาของรัฐบาลทั้งหมด ไม่ว่ากรณีดิจิทัลวอลเลต แลนด์บริดจ์ และการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2568 รวมทั้งลุกลามกระเทือนถึงเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่ด้วย”

นายจตุพร กล่าวว่า ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ถ้ามีคนจริงขึ้นมาย่อมทำให้ทุกอย่างนับวันถอยหลังได้ หากคณะผู้ดีลไม่มีคนจริงและพร้อมจะเป็นคนโง่ซ้ำซากยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองถูกลากออกไปแล้วเกิดปัญหาทับถมหนักขึ้นไปอีก จนอาจจะจบลงอีกสถานการณ์หนึ่งก็เป็นไปได้ อีกทั้งการปล่อยให้นักโทษก่อเรื่องโกลาหลกับประเทศ เพื่อจะเดินเกมล้มกระดาน แล้วองค์กรนั้น หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงจะถูกปฏิรูปครั้งใหญ่ที่สุด ดังนั้น ขอทุกองค์กรได้พิจารณาตัดสินตามเนื้อผ้า เพื่อไม่ให้กระทบกับความรู้สึกของบ้านเมืองอย่างกว้างขวาง

“นักโทษคนนี้เป็นผู้กว้างขวางทางการเมือง มีอำนาจเหนือนายกฯ ที่ยังมีอำนาจง่อนแง่น อีกอย่างขณะเป็นนักโทษยังไปทำเรื่องเสียหายได้สารพัดอีก การกล่าวหา 40 สว.ที่ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. มีเบื้องหลังว่า พวกเขาเป็นเบื้องหลังในจำนวน 152 สว.ที่โหวตนายเศรษฐา เป็นนายกฯ และเป็นเบื้องหลังเห็นชอบให้กลับบ้านได้หรือไม่”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เศรษฐา' ออกจากสภาฯ เผยอาการป่วยยังไม่หายดี ขอกลับไปพัก

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆก่อนเดินทางกลับ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านายกฯมีสีหน้าอิดโรย โดยนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ เดี๋ยวขอกลับไปพักผ่อน มันยังไม่หายดีเต็มที่ เดี๋ยวจะกลับไปพัก

เอ๊ะยังไง! นายกฯ เซ็นคำสั่งเองส่งคืน 'บิ๊กต่อ' แต่ขอดูอีกรอบก่อนเผยแพร่

นายกฯ ขอดูคำสั่ง 'บิ๊กต่อ' กลับ ตร. ก่อนเผยเเพร่ วอนอย่าเพิ่งด่วนสรุป รับปัญหาวงการสีกากีมีมานาน ยันพยายามสะสางไม่ได้ทิ้ง ลั่นพบผิดฟันขั้นเด็ดขาดแน่

'ชัยชนะ' ตอกย้ำรัฐบาลนักวิ่งราว บี้นายกฯ ปรับสูตรอุดหนุนงบท้องถิ่น

'ชัยชนะ' ย้ำรัฐาลจัดงบ 68 เหมือนวิ่งราวทรัพย์ เตือนกู้แล้วเก็บระวังเข้าข่ายปล้น กระทุ้งอุดหนุนท้องถิ่นไม่เหมาะ แนะนายกฯ ปรับสูตร ส่วนกลาง 60 ท้องถิ่น 40

'เศรษฐา' โต้เสียงแขวะ! ลงพื้นที่ถี่ได้ปริมาณแต่ไร้คุณภาพ

'เศรษฐา' โต้เสียงแขวะลงพื้นที่ได้ปริมาณแต่ไร้คุณภาพ ชี้เรื่องการเมืองไม่เอามารกหู รับรำคาญบ้าง ลั่นใช้เวลาวันหยุดฟังปัญหาจริง จ่อลุยทัวร์อีสาน - ครม.สัญจรโคราช