'ทักษิณ' ยืนอยู่บนทางสองแพร่งในช่วงบั้นปลายของชีวิต จะสู้หรือจะหนีดี

31พ.ค.2567- จากกรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดตามม. 112 ขณะที่นายทักษิณ ไม่มาอ้างป่วยโควิด ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่ง จนมีข่าวลือว่าหนีออกนอกประเทศ

ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง กูจะสู้หรือกูจะหนีดีวะ? มีเนื้อหาดังนี้

ตอนนี้ เขายืนอยู่บนทางสองแพร่งในช่วงบั้นปลายของชีวิต
เขาเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
"กูจะสู้หรือกูจะหนีดีวะ?"
ครั้งนี้ น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดอีกครั้งในชีวิตของเขา ถึงขนาดที่ตัวเขาก็ยังงงๆ ว่า ตัวเขามาถึงจุดที่จนตรอกแบบนี้ได้ยังไง
ที่ผ่านมาเขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาทั้งอำนาจและทรัพย์สินเงินทอง
ครั้นเมื่อได้มาแล้ว เขาก็ยังรู้สึกไม่พอ แต่กลับยิ่งรู้สึกขาดเพิ่มขึ้นไปอีก
เขากลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักพอ ไม่เคยพอ และไม่มีวันพอ
ลึกๆ แล้ว เขารู้สึกว่าชีวิตตนเองขาดความมั่นคงปลอดภัยโดยเฉพาะทางจิตใจ จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่ไร้ความสุข เจ้าคิดเจ้าแค้น โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงายิ่ง ได้แต่ตีหน้าชื่นอกตรม เขาจะยอมให้คนอื่นล่วงรู้ตัวตนจริงๆ ที่ไร้หน้ากากของเขาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเป็นคนที่หวาดระแวงต่อทุกคนในทุกเรื่อง
ในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
จุดแข็งของเขา คือการมีอำนาจที่กล้าเย้ยกฏหมายกับมีเงินทองล้นฟ้า
จุดอ่อนของเขา คือเป็นคนที่ไม่รอบคอบ ปากไวกว่าความคิด คุมโทสะของตัวเองไม่ได้ ไม่รักษาสัจจะคำพูด กล้ามุสาอย่างหน้าตาเฉย โทษแต่คนอื่นไม่เคยโทษตนเอง
จุดอ่อนอันนี้ของเขากลายเป็น "จุดตาย" ที่ทำให้เขาโดนรุกฆาต เมื่อเขาหวนกลับมาเล่น "เกมอำนาจ" อีกครั้ง เพราะหักห้ามใจตนเองไม่ได้
ตอนนี้เขากำลังถูกบีบให้จนตรอกอีกครั้ง โดยอีกฝ่ายแสร้งเปิด "ทางหนี" ที่เป็น "ทางลอดธรรมชาติ" ให้แก่เขา
"กูจะสู้หรือกูจะหนีดีวะ?"
ตอนนี้เขากำลังคิดหนักมาก อีกฝ่ายรู้จักธรรมชาติแห่งนิสัยของเขาเป็นอย่างดี ซึ่งต่างจากเขาที่เป็นพวกหลงตัวเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในทุกเรื่อง จึงไม่อาจเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนถี่ถ้วน
การที่เขาต้องมายืนอยู่ตรงจุดนี้ในเวลาที่รวดเร็วมากแค่ไม่กี่เดือน มันย่อมแสดงว่าเขากำลังจะพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในเกมอำนาจอีกครั้งกระมัง
สำหรับเขาแล้ว นี่คือสภาพการณ์ที่ต้องเรียกว่า "สวรรค์ล่ม"
"กูจะสู้หรือกูจะหนีดีวะ?"
ตอนนี้เขากำลังถูกบีบให้ต้องตัดสินใจ แต่สำหรับอีกฝ่ายที่ออกแบบกลยุทธ์นี้เพื่อจัดการกับเขาโดยเฉพาะ คำตอบมันชัดมากเหลือเกินว่าเจ้าตัวจะตัดสินใจเลือกทางไหน
รู้สิ่งใดอื่น มิเท่ารู้ตน
ต่อให้รู้ตน ก็มิเท่าชนะตน
ด้วยความปรารถนาดี
~ สุวินัย ภรณวลัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกา ตัดสินจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา สาวก 'ปวิน' หมิ่นอดีตกษัตริย์ เข้าข่ายผิด ม.112

ศาลฎีกา พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา พนักงานบริษัท คอมเมนต์ในกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ เข้าข่าย ม.112 ไม่เป็นการตีความเกินขอบเขตกฎหมาย

'นักวิชาการ' เปิดเบื้องลึก ทำไมไม่ควรให้ 'พรรคส้ม' ขึ้นมา 'ทดลองบริหารเศรษฐกิจ' ในช่วงเปราะบางที่สุด

ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมโครงสร้างการเมือง–เศรษฐกิจไทย ไม่ควรให้พรรคแบบพรรคส้มขึ้นมา “ทดลองบริหารเศรษฐกิจ” ในช่วงเปราะบางที่สุดของประเทศ มีเนื้อหาดังนี้

ชำแหละ วิกฤตอัตลักษณ์ของ 'พรรคส้ม' คือ วิกฤตจิตวิญญาณ จบลงด้วยการไม่ได้อะไรเลย

รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง วิกฤตอัตลักษณ์ของพรรคส้ม มีเนื้อหาดังนี้

ศาลรับอุทธรณ์คดี ม.112 ให้ 'ทักษิณ' ยื่นคำแก้อุทธรณ์ภายใน 15 วัน

พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ได้ยื่นคำอุทธรณ์คดี ที่ศาลอาญายกฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ