'ไทยภักดี' ชงทางออกปชต.อัญเชิญสถาบันฯร่วมเป็นองค์ประกอบทางการเมืองเพื่อสร้างดุลย์

26 มิ.ย. 2567 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ทางออกประชาธิปไตยไทย มีเนื้่อหาดังนี้

ประเทศไทยยังคงวนเวียน ต่อปัญหาประชาธิปไตย ซึ่งคำนี้ถูกนำมาใช้ตลอด ในช่วงหาผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อหลอกลวงประชาชน

แม้การเลือกสว.รอบนี้ ยังคงมีกลุ่มการเมือง รณรงค์แบ่งแยกผู้สมัครสว. ออกเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่ประกาศชัดแจ้งว่า จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

เท่ากับว่า คำว่าประชาธิปไตยที่ถูกยกขึ้นมา หลอกลวงประชาชน ที่แท้แล้วคนพวกนี้มีเจตนาแฝงเร้น ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยความรู้ ไม่เท่าทันของประชาชน และเอาคำว่าประชาธิปไตยมาบังหน้า

สิ่งที่น่าแปลกมาก สำหรับคนเหล่านี้ พูดแต่คำว่าประชาธิปไตย แต่ไม่สนใจตรวจสอบ การทุจริตคอรัปชั่น ความเดือดร้อนประชาชน ปัญหาปากท้อง ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่จับต้องได้

ถ้าพิจาณาการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย ตลอด92ปีจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ต้องถาม อำนาจเป็นของประชาชนจริงหรือ เพราะคนเหล่านี้ยังคงวนเวียนว่า อำนาจเป็นของประชาชน คนเท่ากัน ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่จริง

ประชาชนเป็นเครื่องมือของอำนาจเพียง3วินาทีที่กาบัตร เพื่อให้ทุนสามานย์ ทุนต่างชาติ ที่มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง เข้ามามีอำนาจ หาผลประโยชน์ ทุจริตคอรัปชั่น ใช้อำนาจไม่ชอบ รวมทั้งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

สิ่งที่ต้องถาม แล้วทำไมคนเหล่านี้ จึงต้องต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย คำตอบคือ สถาบันฯยังมีพระบารมี และศรัทธาของประชาชน และเป็นอุปสรรคที่เหล่าทุนต่างๆ ทำอะไรได้อย่างเต็มที่

คนพวกนี้ตีโจทย์ของประเทศว่า ถ้าล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ปัญหาของประชาชน ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น จะได้รับการแก้ไข มันจะเป็นจริงตามที่กล่าวอ้างหรือ เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ

ถึงเวลาหรือยัง ที่จะให้ประชาธิปไตยของไทยเรา ตอบสนองประชาชนได้ย่างแท้จริง ก่อนจะตอบสิ่งนี้ ต้องตอบคำถามสำคัญ ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยเพื่อประชาชน

นั่นคือระหว่างทุนที่ครอบงำพรรคการเมือง เป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริง กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ฝ่ายไหนที่จริงใจต่อประชาชนมากกว่ากัน โดยประสบการณ์ผม เชื่อว่าทุนสามานย์จ้องแต่ผลประโยชน์ แต่สถาบันฯต้องการให้ประชาชนผาสุก

ดังนั้นทางออกของประเทศ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องอัญเชิญ สถาบันพระมหากษัตริย์ ลงมาร่วมเป็นองค์ประกอบ ทางการเมือง เพื่อสร้างดุลย์ ตามรัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อให้ประชาธิปไตยมีความสมดุลย์มากกว่านี้

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สะดุดมาตลอด เพราะการกีดกันสถาบันฯ การที่จะให้ประชาธิปไตยไทยมีประสิทธิภาพ สถาบันต้องมีบทบาทเพื่อสร้างดุลย์ และเป็นที่พึ่งของประชาชน เหมือนหลายๆประเทศปฏิบัติ ความผาสุก สงบสุข จะเกิดกับประชาชนอย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ​ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ​ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้

'ดร.เอนก' แพร่บทความ ประชาธิปไตยกับราชาธิปไตย : ความย้อนแย้งในการเมืองไทย

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยแพร่ บทความเรื่อง ประชาธิปไตยกับราชาธิปไตย: ความย้อนแย้งในการเมืองไทย มีเนื้อหาดังนี้

ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"

'ไชยันต์' ออกโรง! อบรมพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี'

'อ.ไชยันต์' สอนพรรคส้ม ทำการบ้านก่อนวิจารณ์บทบาท 'องคมนตรี' กางโมเดลเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ พร้อมย้ำ รธน.มาตรา 10 ทำให้ต้องรับฟังข้อมูลจากหน่วยราชการ

ดร.นิว ลากไส้ พรรคส้ม-แก๊งล้มเจ้าหนีคดี เคลื่อนไหวสอดรับ โจมตี 'องคมนตรี'

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พรรคส้มยังคงร่วมมือกับพวกล้มเจ้าหนีคดี?