ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

25 พ.ค. 2569 – รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง “องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย” โดยมีเนื้อหา ดังนี้

ข้อเสนอให้ “ยุบคณะองคมนตรี” ที่ถูกนำเสนอในนาม “ความเป็นประชาธิปไตย” อาจฟังดูรุ่นใหม่และทันสมัยในทางวาทกรรม แต่เมื่อพิจารณาในทางรัฐธรรมนูญและโครงสร้างรัฐ จะพบว่าข้อเสนอดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานคิดที่ “ลดทอน” ความซับซ้อนของระบอบการเมืองไทยให้เหลือเพียง “อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง” ราวกับว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น จะต้องไม่มีสถาบันใดดำรงอยู่ได้เลย หากไม่ได้มาจากหีบบัตรเลือกตั้งโดยตรง

ในความเป็นจริง ประชาธิปไตยมิได้ดำรงอยู่ด้วยการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว หากแต่ดำรงอยู่ได้ด้วย “ดุลยภาพของสถาบัน” และกลไกที่ช่วยถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน แม้แต่ประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตยอย่างสหราชอาณาจักร ก็ยังคงมีองค์กรอย่าง “คณะองคมนตรี” มิได้ถือว่าการมีที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ขัดหรือแย้งต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด

การเสนอว่า “ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องมีองคมนตรี” จึงเป็น “ข้อสรุปทางอุดมการณ์” ของผู้เสนอที่เลือกมองเฉพาะสิ่งที่สอดคล้องกับจริตของตนเอง

ข้อเสนอดังกล่าวยังเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบทบาทของคณะองคมนตรี เพราะองคมนตรีมิใช่รัฐบาล และมิใช่องค์กรบริหารราชการแผ่นดิน ที่จะต้องแข่งขันอำนาจกับคณะรัฐมนตรี การนำองคมนตรีไปเปรียบเทียบกับคณะรัฐมนตรี แล้วตั้งคำถามว่า “มี ครม. แล้วจะมีองคมนตรีไปทำไม” จึงเป็นการเปรียบเทียบคนละฐานอำนาจ คนละบทบาท และคนละภารกิจทางรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีคือองค์กรที่มีวาระ มีพรรค มีผลประโยชน์ และมีการแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ขณะที่องคมนตรีถูกออกแบบมาในฐานะกลไกที่ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับความขัดแย้งทางการเมืองในแต่ละยุคสมัย

การมีอยู่ขององคมนตรีจึงมิใช่ “การซ้อนทับอำนาจ” อย่างที่ถูกกล่าวหา แต่เป็น “กลไกกันชน” ที่ช่วยไม่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในรัฐ ถูกลากลงไปอยู่ในสมรภูมิการเมืองแบบพรรคการเมืองทั้งหมดต่างหาก

ข้อเสนอให้ยุบองคมนตรี ยังมีลักษณะของการใช้ “เหตุการณ์เฉพาะช่วงเวลา” มาตัดสินความชอบธรรมของ “ทั้งสถาบัน” หากใช้ตรรกะแบบเดียวกัน ทุกองค์กรที่เคยถูกตั้งข้อสงสัยทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นศาล องค์กรอิสระ หรือแม้แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเอง ก็อาจถูกเสนอให้ยุบได้ “ทั้งหมด” เช่นกัน วิธีคิดเช่นนี้จะไม่เหลือ “สถาบัน” ใด ดำรงอยู่ได้เลย เหลือแต่อำนาจของผู้ชนะการเลือกตั้งในแต่ละช่วงเวลา และนั่นคืออันตราย เพราะประชาธิปไตยที่ปราศจากกลไกถ่วงดุล มิได้จบลงที่เสรีภาพเสมอไป หลายครั้งมันจบลงที่ “การผูกขาดความชอบธรรมโดยเสียงข้างมาก” จนสถาบันอื่นหมดพื้นที่ในการคานอำนาจ

แม้แต่เหตุผลเรื่อง “ลดภาระงบประมาณ” ก็ยิ่งสะท้อนความอ่อนในเหตุผลของข้อเสนอ เพราะงบประมาณของคณะองคมนตรีแทบไม่มีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งประเทศ การหยิบประเด็นนี้ขึ้นมา จึงดูคล้ายความพยายามสร้างความชอบธรรมทางอารมณ์ มากกว่าจะเป็นเหตุผลเชิงโครงสร้างรัฐอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การอ้างแนวคิดของนักทฤษฎีรัฐธรรมนูญตะวันตกบางคน ก็เป็นเพียงการ “เลือกหยิบเฉพาะส่วนที่สนับสนุนข้อเสนอของตน” โดยละเลยข้อเท็จจริงว่า ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศ ต่างก็มีวิวัฒนาการและกลไกเฉพาะตามบริบทของตนเอง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ว่ารัฐประชาธิปไตยทุกแห่งจะต้องมีโครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด เพราะรัฐมิใช่เครื่องจักรที่ถอดแบบกันได้ง่าย ๆ

สิ่งที่น่ากังวลจึงอาจไม่ใช่ข้อเสนอแค่เรื่อง “ยุบองคมนตรี” แต่คือฐานคิดของกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังข้อเสนอเช่นนี้ ฐานคิดที่พยายามทำให้ทุกสถาบันในรัฐเหลือเพียงมิติเดียว คือต้อง “มาจากการเลือกตั้ง” ทั้งที่รัฐบาลมาจากประชาชนก็จริง แต่รัฐบาลก็เป็นเพียงผู้ใช้อำนาจ “ชั่วคราว” ขณะที่บางสถาบันถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องของรัฐให้ยืนอยู่เหนือความผันผวนทางการเมืองระยะสั้น

ประชาธิปไตยที่มั่นคง จึงไม่ได้เกิดจากการ “ทำลาย” ทุกสถาบันที่อยู่นอกสนามเลือกตั้ง แต่เกิดจากการทำให้ทุกสถาบันดำรงอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ดุลยภาพ ความรับผิดชอบ และความเข้าใจต่อบริบทของรัฐนั้น ๆ อย่างแท้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บี้สาวตัวใหญ่โกงสอบท้องถิ่น! 'อภิสิทธิ์' เล็งยื่น ป.ป.ช. จี้ 'นายกฯ' ตอบกระทู้สดดับไฟใต้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงทิศทางการทำงานของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในโอกาสเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร

'วันวิชิต' ชี้มีขบวนการปลุกปั่นข่าว 2 ขยัก เสี้ยมเหตุรุนแรงนราธิวาส พุ่งเป้าดิสเครดิตทหาร

ดร.วันวิชิต ชี้มีการปลุกปั่นข่าวเสี้ยมกับก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส มี 2 ขยัก ที่ขบวนการผู้ไม่หวังดี

'เท้ง' ประณามเหตุรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

หัวหน้าพรรค ปชน. ประณามเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

'ยุทธพร' ชี้รัฐบาลเปี่ยมเสถียรภาพ พลังสภาแน่นปึ๊ก เสียงเกิน 300 ฝ่ายค้านเอาลงยาก ลุ้นอยู่ครบเทอม

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์เสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและกระแสการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยประเมินว่า สถานการณ์ของรัฐบาลในเวลานี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะน่ากังวล โดยเฉพาะเสถียรภาพในสภาที่มีเสียงสนับสนุนมากกว่า 300 เสียง ขณะที่ยังไม่เห็นรอยร้าวสำคัญภายในพรรคร่วมรัฐบาล

หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

ไทยช่วยไทยพลัส ยอดใช้แสนล้าน!

รัฐบาลเผยผลสำรวจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ-หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 51,793.6 ล้านบาท