ก้าวไกลจัดสภากาแฟที่ลำพูน แลกเปลี่ยนปัญหาภาคเอกชน "พิธา" ชี้เศรษฐกิจภาคเหนือมีแรงเฉื่อยลักษณะพิเศษโตช้า-ดิ่งลึก ด้านผู้ประกอบการ สะท้อนอื้อ พ้อ เป็นเมืองเมียน้อย เหตุไม่มีอะไรแข่งกับเมืองใหญ่ มีแต่วัฒนธรรมของตัวเอง
19 ก.ค.2567 - ที่ จ.ลำพูน พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน พรรคก้าวไกล, ว่าที่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารราชการส่วนจังหวัดลำพูน พรรคก้าวไกล และทีมงานจังหวัดของพรรค ลงพื้นที่พบปะภาคเอกชนจังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งจัดในรูปแบบของคอฟฟี่ทอล์ค หรือสภากาแฟ
โดยนายพิธา กล่าวว่า จุดประสงค์ในการลงพื้นที่เพื่อเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. เลยอยากมาแวะดูผู้ประกอบการด้วยว่า มีข้อกังวลใจ มีปัญหาอะไร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เศรษฐกิจภาคเหนือตนได้ติดตามมาโดยตลอด ซึ่งยังมีแรงเฉื่อย ต่างจากภาคอื่นคือโตช้าและดิ่งลึกกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แต่หากไม่เอาทุกจังหวัดของภาคเหนือมาดู จะพบว่าลำพูนจะเด่นกว่าจังหวัดอื่น มีรายได้ต่อหัวสูงที่สุด
นายพิธา ชี้ว่า จังหวัดลำพูนก็มีตัวเลขการเข้าสู่บัตรรัฐสวัสดิการ 25-30 % เช่นเดียวกับก็มีโรงงานเยอะ ขณะเดียวกันประชาชนก็ยังได้รับความเดือดร้อนเยอะ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเดือนหน้าก็จะเป็นโลว์ซีซั่น
“ลำพูนพะเยาเป็นจังหวัดที่ไฮเทคและไฮทัชที่เป็นตัวอย่างของภาคเหนือได้เป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวลำพูนเชื่อในประชาธิปไตยอยู่เสมอ ตนหวังว่าพี่น้องชาวลำพูนจะเห็นถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ไปด้วยกัน ตนพอทำการบ้านมาแล้วบ้าง แต่ไม่มีข้อมูลไหนที่ไม่ดีเท่าฟังผู้ประกอบการเอง” นายพิธา กล่าว
ด้านผู้ประกอบการ สะท้อนปัญหาว่า ตอนนี้หลายโรงงานย้ายไปประเทศอื่น เช่น ลาว เวียดนามแล้ว เนื่องจากระบบไม่ออกแบบให้ฐานอุตสาหกรรมเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งต้องสร้างซัพพลายเชนในพื้นที่
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอาหาร เป็นหัวใจสำคัญต่ออนาคตของชาติ แต่ลำไย มะม่วงเรามักมีปัญหาอยู่เรื่อย แก้ปัญหาโดยการช่วยซื้อกันเอง มีล้งจากชาวจีน จึงมีความพยายามผลักดันอุตสาหกรรมนี้มา 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่ตั้งไข่ มีแต่คำพูดสวยหรู มองว่านวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญ มันไม่มีการเสริมสร้าง
“ที่เขาเรียกล้อกันว่าขึ้นหิ้ง ไม่ลงมาสู่พื้นบ้าน มาสู่การเกษตร เรามองว่าถ้าเรามีแผนชัดเจน มีการวิจัย ที่เราเรียกว่าเซอร์วิส เป็นการเพิ่มมูลค่า”
ตัวแทนผู้ประกอบการ ยังย้ำถึงการขออนุญาต อย. ขอได้ค่อนข้างยาก ภาครัฐไม่ได้สนับสนุนที่แท้จริงนอกจากนี้ยังมีระบบใต้โต๊ะ จึงอยากให้ภาครัฐช่วยกันส่งเสริม โดยเฉพาะเรื่องการแก้กฎหมาย อยากให้ภาครัฐสนับสนุนตั้งแต่วิจัย หาตลาดให้ เพราะขายอยู่แค่ลำพูนมันไม่รุ่ง
ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว กล่าวทำนองน้อยใจว่า ลำพูนเป็นเมืองเมียน้อย เพราะเวลาไปท่องเที่ยวกัน ก็จะไปแต่เชียงใหม่ ซึ่งจริงๆลำพูนมีของดีเยอะ คนที่จะมาต้องตั้งใจมาจริงๆ น้อยคนมากจะมาเที่ยว บางคนมาแค่ทำธุระ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้คนหันมาเที่ยว เราไม่มีงบประมาณจากภาครัฐตั้งแต่เริ่มต้น เหมือนพรรคก้าวไกลที่ต้องลงแรงเอง ไม่มีใครยอมเป็นหินก้อนแรกที่ถมลงไปในบ่อ มีแต่คนอยากเป็นกินที่อยู่ด้านบนแล้ว เราไม่มีอะไรไปแข่งกับเมืองใหญ่ แต่เรามีวัฒนธรรมของตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
'ศึกสุรพล' วันที่ 'ค่ายส้ม' รบกันหนักกว่ารบคู่แข่ง!
การดึง “สุรพล นิติไกรพจน์” เข้ามาเป็น ประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน เดินเลยคำว่าข่าวการแต่งตั้งบุคลากรธรรมดาไปไกลแล้ว ปฏิกิริยาหลังจากนั้นกลายเป็นระเบิด
ประธานรัฐสภา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล-วางพวงมาลา เนื่องในวันที่ระลึก 'รัชกาลที่ 7'
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.หม่อมราชวงศ์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ ประธานกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง

