
‘อดุลย์’ชำแหละ ราคาไฟฟ้าแพงเพราะการสมคบคิดของกลุ่มทุนพลังงานกับการเมืองปล้นเงินจากกระเป๋าประชาชน ด้วยการผลิตล้นเกินไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หนุน”พีระพันธุ์”รื้อโครงสร้าง ยกเลิกสัมปทานที่ไม่ชอบธรรม เร่งขุดทรัพยากรทางทะเลที่อ้างพื้นที่ทับซ้อน ซื้อพลังงานจากรัสเซีย เตือนรัฐบาล ระวังประชาชนจะหมดความอดทน
4 ก.ค. 2567 – นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 ในฐานะผู้ก่อตั้งสภาที่ 3 กล่าวถึงปัญหาราคาพลังงานแพงที่ส่งผลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยยังฟื้นตัวช้า และมีโอกาสจะเกิดภาวะถดถอย ถึงขั้นล้มละลาย ปัญหาหลักใหญ่มาจากนโยบายสมคบคิดของกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองปล้นเงินจากกระเป๋าประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น จึงขอสนับสนุนแนวทางของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ที่จะรื้อโครงสร้างพลังงาน แก้ระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานราคาถูกและการเปิดเสรีการนำเข้าน้ำมัน จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาราคาพลังงานไฟฟ้าแพงอย่างเร่งด่วน ดังนี้
1.เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาราคาพลังไฟฟ้าแพงเนื่องมาจากการผลิตที่ล้นเกิน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยผลิตไฟฟ้าสำรอง ไม่ต่ำกว่า 60 % แต่กระทรวงพลังงานบอกว่า 30 % ทั้งที่ตามหลักสากลผลิตสำรองไม่เกิน 15% เท่านั้น การทำสัญญากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนแบบ Take or Pay คือ แม้ไม่ใช้ไฟประชาชนก็ต้องจ่าย ให้กับโรงไฟฟ้าเอกชนโดยไม่จำเป็นเกินกว่า 30% ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเพียง 32.06 % และต้องซื้อจากเอกชนถึง 67.94 % ส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลจะต้องยกเลิกสัมปทานของรัฐที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 56 ที่บัญญัติว่า ” …รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร การนําสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดําเนินการทางธุรกิจไม่ว่าด้วยประการใดๆ รัฐต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยคํานึงถึงการลงทุนของรัฐ ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับและค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากประชาชนประกอบกัน” ดังนั้นสัญญาสัมปทานใดที่ขัดต่อบทบัญญัตินี้มีข้อยกเว้นให้ยกเลิกสัมปทานได้
2.ส่งเสริมหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ ทุกแห่ง ทุกกระทรวง และองค์กรปกครองท้องถิ่น ใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะ โซล่าเซลล์ รวมทั้งภาคครัวเรือน (Solar Roof) โดยเร่งด่วน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เร่งวินิจฉัยกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นคำร้องเพื่อให้วินิจฉัยต่อกรณีการจัดทำ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU2544) นั้นทำขึ้นโดยขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นการกระทำละเมิดสิทธิประชาชนหรือไม่ เพื่อประเทศไทยจะได้เร่งขุดทรัพยากรพลังงานธรรมชาติทางทะเลของไทยมาใช้ในราคาถูกได้ ตามข้อเสนอแนะของอดีตแกนนำ สภาที่ 3 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ และให้ทำทุกวิถีทางเพื่อเร่งขุดพลังงานทางทะเลมาใช้โดยเร็ว รวมทั้งยกเลิกการซื้อพลังงานที่มีราคาแพงสูงจากประเทศขาประจำ แล้วไปซื้อพลังงานจากประเทศรัสเซีย ซึ่งมีราคาถูกกว่า ไม่ต้องสนใจประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุผลประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ และเชื่อว่ารัสเซียก็พร้อมขายราคามิตรภาพให้ประเทศไทยอย่างแน่นอน
“การที่กลุ่มนายทุนของธุรกิจพลังงานไปโผล่ร่วมก๊วนตีกอล์ฟกับ ทักษิณ ชินวัตร อนุทิน ชาญวีรกูล และนักการเมืองทั้งหลาย นี่คือใบเสร็จชั้นดี ที่สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนของพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ที่ไม่สามารถลดลงได้ก็เพราะความสัมพันธ์ของกลุ่มทุนเหล่านี้กับนักการเมืองมีการสมคบคิดเอื้อผลประโยชน์กัน เปรียบเสมือนร่วมกันปล้นประชาชนทั้งประเทศ บนความเดือนร้อนของประชาชน เป็นใบเสร็จสำคัญที่ทำให้ประชาชนคนไทยได้เห็นกันว่าแท้จริงแล้วเมื่อพลังงานแพง ต้นทุนการผลิตทั้งหลายก็แพง ราคาสินค้าก็แพงขึ้น ทุกอย่างก็เลยแพงทั้งแผ่นดิน แต่ขอเตือนว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พระสยามเทวาธิราชจะคุ้มครองคนไทย เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจนถึงที่สุดและหมดความอดทน บ้านเมือง สังคมไทยวุ่นวาย พวกท่านจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ” นายอดุลย์ กล่าว
นายอดุลย์ กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์ถัดไป สภาที่ 3 จะยกขบวนไปให้กำลังใจ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.พลังงาน ให้เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนให้สำเร็จโดยไม่ต้องหวั่นเกรงกลุ่มทุนพลังงาน ซึ่งมีกระแสข่าวว่ากำลังกดดันให้นายพีระพันธุ์ พ้นตำแหน่งรมว.พลังงาน จากนั้นวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน สภาที่ 3 จะจัดเสวนา ตีแผ่ต้นเหตุพลังงานไฟฟ้าราคาแพงเนื่องมาจากกลุ่มทุนพลังงานสมคบคิดกับฝ่ายการเมืองปล้นกระเป๋าประชาชน และร่วมกับภาคประชาชนเคลื่อนไหวให้มีการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเพื่อประชาชนให้ถึงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทินเดินหน้าพรบ.สร้างสันติสุข
ประธานญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทิน-ปธ.วิปรัฐบาลที่ยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณา วอนปธ.วุฒิสภาและสว.ทุกคน เห็นชอบ3วาระรวดก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เป็นการทำบุญใหญ่ให้กับสังคม คนต้องคดีการเมืองจะได้ดำเนินชีวิตปกติสุข พี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังสู้วิกฤตได้ 10 พฤษภาคม 2569 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า ญาติวีรชนพฤษภาฯ ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ คือ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... อันเนื่องจากต้องหยุดชะงักจากการยุบสภา และต้องชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลจนทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นชอบยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กลับไปให้รัฐสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะช่วยกันสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าหากท่านนายกฯ รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่นนี้ และรู้จัก ”ให้ผู้อื่นก่อน“ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมืองได้ นายอดุลย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร 3 ร่าง ประกอบด้วย ร่างของพรรคภูมิใจไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาแล้ว หลังจากนี้วุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อจากวาระที่ค้างอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่ จึงฝากควาวหวังไว้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และวิปวุฒิสภา ได้ประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ทุกคน ร่วมกันพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข 3 วาระรวด ก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ถือเป็นการสร้างกุศลร่วมกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานมงคลฯ และสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ “กว่าสองทศวรรษบ้านเมืองไทยบอบช้ำจากความแตกแยกทางความคิด แบ่งเสื้อสี แบ่งขั้วกันอย่างรุนแรง บาดลึกถึงครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ญาติวีรชนพฤษภาฯ ในฐานะผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง มีความผูกพันกับแกนนำทางการเมืองทุกเสื้อสี ซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องกันทั้งสิ้น โดยส่วนตัวได้ตระเวนพบปะกับแกนนำทุกระดับที่เคยชุมนุมทางการเมือง ทุกคนก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่มีความคิดต่างกัน บางครั้งก็ต้องฟาดฟันกันเอง บางคนโดนคดีความด้วยความทุกข์ยาก โดยเฉพาะเยาวชนอายุ 18 ปี ทุกฝ่ายมีความห่วงใยอนาคตของชาติ ได้หาทางออกให้หลุดพ้นคดี จึงเห็นร่วมกันว่าถึงเวลาทุกฝ่ายต้องสามัคคีผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องคดีจะได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย” และทุกฝ่ายซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพันวิกฤตครั้งนี้ได้” นายอดุลย์ กล่าว
ไม่พลาด 'ศรีสุวรรณ' ร้องป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน-เอกนิติ' ออกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ขัดรธน.หรือไม่
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น กรณีออก พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต
'นักวิชาการ' เจาะลึกกลุ่มทุนที่ได้ประโยชน์จาก 'แลนด์บริดจ์' เหตุต้องเร่งผลักดันหรือไม่
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมแลนด์บริดจ์จึงได้รับการเร่งผลักดัน มีเนื้อหาดังนี้
'นักวิชาการ' วิเคราะห์เสถียรภาพรบ.ใหม่ในการเมืองเก่า ไม่อาจต้านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ เผยแพร่ บทวิเคราะห์: เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ในระบบการเมืองเก่า มีเนื้อหาดังนี้
'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ
'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด

