'จักรภพ' ออกโรงโต้คอลัมนิสต์ชื่อก้อง หยาม 'ทักษิณ' วิสั้นกว่านายกฯสิงคโปร์

30 ส.ค.2567 - นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้ลมเปลี่ยนทิศ โดยระบุว่า “คุณลม เปลี่ยนทิศ เขียนเล่าถึงวิสัยทัศน์ใหม่ของสิงค์โปร์ โดยนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด ลอว์เรนซ์ หว่อง และสรุปว่า ของเขาต่างจากไทยราวฟ้ากับเหว เราคงตามเขาไม่ทัน ผมจึงอยากเรียนแย้งด้วยความเคารพว่า:

1. ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องพัฒนาตามแนวสิงคโปร์เพื่อจะเจริญ โมเดลของเราคนละอย่างกัน เช่น สิงคโปร์มีแต่เมือง-ไม่มีชนบท สิงคโปร์ยึดสหรัฐอเมริกาเป็นบุพการีในการพัฒนาแต่เราต้องยึดหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่หลากหลายกว่า เป็นต้น

2. สิงคโปร์ไม่มีเศรษฐกิจเก่าและทุนเก่า ไม่มีฝ่ายแค้นเป็นเครื่องมือ จึงเดินตัวเบา เราต้องไม่เสแสร้งในเรื่องนี้

3. คนไทยอยู่ในระบบอุปถัมภ์มานานจนชิน การออกจากวงจรต้องใช้เวลา

โลกาภิวัตน์ก็เจ๊งแล้ว เราต้องหากินกันตามแนวคิดภูมิภาคนิยม เน้นกันแถวนี้ล่ะครับ แต่จัดระบบให้ดีขึ้น

ทั้งนี้โพสต์ของนายจักรภพ สืบเนื่องจาก "ลม เปลี่ยนทิศ" คอลัมนิสต์ของสำนักข่าวไทยรัฐ เผยแพร่บทความเรื่อง “New Singapore Dream วิสัยทัศน์นายกฯใหม่สิงคโปร์” เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2567 โดยเปรียบเทียบวิสัยทัศน์ของนายลอเลนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กับวิสัยทัศน์ “Vision for Thailand 2024” ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่ามีความแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อีกทั้งยังระบุว่า “ไม่รู้อีกกี่สิบปีประเทศไทยจึงจะสามารถตามสิงคโปร์ได้ทัน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ทสส.ไทย-มาเลเซีย ถก HLC ยกระดับความมั่นคง-บริหารชายแดน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทยและมาเลเซีย ประชุม HLC ครั้งที่ 39 เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง การบริหารจัดการชายแดน และการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง

จับตา! จีนนำเครื่องบินรุ่นใหม่ฝึกรบกับไทย อาจมีเซอร์ไพรส์

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "สัมพันธ์แนบแน่น"

สุดเจ๋ง! เด็กไทยสร้างชื่อเวทีโลก คว้า 127 รางวัล แข่งคณิตศาสตร์

เด็กไทยสร้างชื่อเสียงระดับโลก คว้า 127 รางวัล แข่งขันคณิตศาสตร์และคณิตคิดเร็วระดับนานาชาติ ครั้งที่ 46 ที่สิงคโปร์ บินกลับถึงไทย

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย