'สุริยะใส' มองทิศทางมวลชน หลังรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามสี!

1 ก.ย.2567 - ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "ฉากทัศน์มวลชน หลังรัฐบาลข้ามสี" มีเนื้อหาดังนี้

นับตั้งแต่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ปรองดองด้วยการ ข้ามขั้วอำนาจผ่าน มากว่าหนึ่งปี การปรองดองก็ยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

แต่ที่เห็นชัดคือเกิดการผสมผสานของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและพรรคการเมือง ได้อย่างลงตัว จนกลายมาเป็น concept การเมืองทำคลอดรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯแพทองธาร ได้อย่างรวดเร็วง่ายดายในปัจจุบันแม้จะ effect อยู่บ้าง

Concept นี้จะกลายเป็นสูตรการเมืองในสนามเลือกตั้ง “คือ สูตรเอาหรือไม่เอาพรรคประชาชน(ก้าวไกล)” ทำให้ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า จะไม่ใช่การแข่งขันกันภายใต้ระบบสองพรรคใหญ่ หรือระบบหลายพรรคแบบที่เคยเป็น

แต่จะกลายเป็น “ระบบพรรคครึ่ง” คือพรรคประชาชน ที่คะแนนนิยมกำลังแรงแซงลิ่ว ทิ้งห่างทุกพรรค แข่งกับกลุ่มก้อนการเมืองที่วันนี้ดูเหมือนมีหลายพรรค ซึ่งไม่แน่ว่าพอถึงวันเลือกตััง อาจจะควบรวม หรือเป็นเครือข่ายการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์เพื่อต่อต้านพรรคประชาชน (ก้าวไกล) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม “เครือข่ายข้ามขั้ว” ยังไม่ได้สถาปนาเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับพรรคประชาชน หรือแข่งกับพรรคประชาชน ด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริงในระยะเฉพาะหน้านี้ แต่ระยะยาวหากจะต่อกรกับพรรคประชาชนจะถูกบีบให้โบกสะบัดด้วยอุมการณ์ชุดใดชุดหนึ่งเท่านั้น

ส่วนฉากทัศน์การเมืองของมวลชนนอกสภา ถ้าในฐานะ Voter ก็ยังผูกโยงกับฉากทัศน์ของการเมืองในสภา ที่ตัวเองชื่นชอบและสังกัด ก็จะเป็นแดง+เหลือง+น้ำเงิน+ฟ้า ฟาดฟันกับส้ม

แต่ด้วยเหตุที่การเมืองของมวลชนมีชุดอุดมการณ์เข้ามาประกอบสร้างมากขึ้นในช่วงหลังๆ จึงดูยุ่งยากและไม่เรียบง่ายแบบในสภา การปะทะของสีของมวลชนแก่นแกนหลักยังเป็นเหลืองเข้มปะทะส้มเข้ม ส่วนแดง เหลืองอ่อน น้ำเงินและฟ้า ยังเป็นตัวแปรของสถานการณ์ การเคลื่อนไหวมวลชนบางช่วงเท่านั้น

ด้วยเหตุดังนั้นฉากทัศน์การเมืองของมวลชนจึงเป็นคนละฉากทัศน์การเมืองของนักการเมืองในสภา และนับวันยิ่งแยกห่างจากกันมากขึ้นจนน่าเป็นห่วงเพราะพรรคการเมืองไม่ได้ปักหมุดทางอุดมการณ์ เป็นเพียงกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' มั่นใจเพื่อไทยหนุนเต็มสูบ ไม่ต้องขอเสียงเพิ่ม หวังฝ่ายค้านอภิปรายสร้างสรรค์

“อนุทิน” มั่นใจเพื่อไทยหนุนรัฐบาลไม่จำเป็นต้องขอเสียง ซัดดูญัตติซักฟอกแล้วไม่ค่อยเข้าท่า ย้ำตอบเฉพาะกรอบทำงานไม่ใช่ตอบซะทุกเรื่อง ลั่นไม่ต้องมีองครักษ์-ขออภิปรายสร้างสรรค์

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 26): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เป็นรอยัลลิสต์ จริงหรือ ? : พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์

หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491)