
16 ม.ค.2565 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การควบคุม NGO” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,314 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการควบคุม NGO
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกกฎหมายกำหนดให้ NGO ต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินทุน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 52.36 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 27.78 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 11.26 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 7.69 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกกฎหมายกำหนดให้ NGO ที่ได้รับเงินจากต่างประเทศต้องเปิดเผยจำนวนเงินทุนที่ได้รับและวัตถุประสงค์ในการใช้เงินทุน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.14 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 8.45 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 6.92 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกกฎหมายห้าม NGO ทำกิจกรรม ดังต่อไปนี้ 1. ห้ามทำกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ตัวอย่าง ร้อยละ 34.70 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 22.22 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 15.83 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.75 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
2. ห้ามทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ตัวอย่าง ร้อยละ 44.52 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 21.31 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 19.86 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 12.79 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.52 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ3. ห้ามทำกิจกรรมในลักษณะการแสวงหาอำนาจรัฐหรือเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมือง ตัวอย่าง ร้อยละ 46.95 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 23.52 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 19.03 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 8.75 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 1.75 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการออกกฎหมายควบคุมการดำเนินกิจกรรมของ NGO จะสร้างผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและการรวมกลุ่มของประชาชน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 31.28 ระบุว่า ค่อนข้างสร้างผลกระทบ รองลงมา ร้อยละ 22.83 ระบุว่า ไม่สร้างผลกระทบเลย ร้อยละ 19.63 ระบุว่า สร้างผลกระทบอย่างมาก ร้อยละ 19.03 ระบุว่า ไม่ค่อยสร้างผลกระทบ และร้อยละ 7.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.75 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.80 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.34 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.56 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.86 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.14 เป็นเพศหญิง
ตัวอย่างร้อยละ 8.60 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 13.70 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 21.23 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 34.86 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 21.61 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.89 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.36 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.14 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.61 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 23.59 สถานภาพโสด ร้อยละ 71.69 สมรสแล้ว ร้อยละ 4.11 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 0.61 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส
ตัวอย่างร้อยละ 27.09 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 36.30 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.56 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.64 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 3.73 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 0.68 ไม่ระบุการศึกษา
ตัวอย่างร้อยละ 8.60 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.39 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.83ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.32 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.45 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.85 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 3.88 เป็นนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 0.68 ไม่ระบุอาชีพ
ตัวอย่างร้อยละ 20.32 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 22.83 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 24.43 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.48 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.56 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 5.63 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.75 ไม่ระบุรายได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดุสิตโพลชี้คนไทยเริ่มไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,123 คน
โพลชี้ประชาชนมอง ‘มติ กกต.’ ไม่ส่งผลต่อความวุ่นวายทางการเมือง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “มติ กกต.” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'
ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ
'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง
'เอกภพ' แย้ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสสอง ให้ 1 พัน ใช้ 2 เดือน
โฆษกรัฐบาลแย้ม 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 จ่อให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน รอกระทรวงคลังสรุปอีกรอบ

