อดีตบิ๊กศรภ. อัดแก้รัฐธรรมนูญ อย่ายืนขาสั่น!

25 ก.ย.2567 - พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง "แก้รัฐธรรมนูญไป ขาก็สั่นไป" มีเนื้อหาดังนี้

1.ทุกวันนี้ประชาชนรากหญ้ากำลังจนตรอก จากปัญหาเศรษฐกิจที่ทับถมกันลงมาในทุกๆด้าน เพราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลของคุณทักษิณ ยังไม่เคยลงมาแก้ไขปัญหาอะไรให้ประชาชนเลย นายกคนแรก ก็เอาแต่เที่ยวต่างประเทศ เก็บเงินรวมไว้ทำเงินดิจิตอล งบลงทุนของรัฐจึงชะลอตัวไปเรื่อยๆ คนก็จนลง ตามไปด้วย นายกฯคนที่สองก็เอาแต่ทำมินิฮาร์ทไม่ยอมพูดจา ไม่ยอมคิดอะไร รอฟังแต่พ่อคนเดียว ปล่อยให้คนจน ยิ่งจนตรอกมากขึ้น มองอนาคตไม่เห็นเลย

2.สิ่งที่นักการเมืองคิดอยู่เสมอ คือ เมื่อคนจนมากขึ้น ไม่มีจะกินก็ต้องทำทุกทางที่จะได้เงินมา แม้จะรู้ว่าไม่ดี หรือ ขายชาติก็จำเป็นต้องทำ ความสนใจต่อปัญหาส่วนร่วมของชาติ ของคนกลุ่มนี้ก็กำลังจะหมดไป นักการเมืองสีเทาก็สบายตัว แต่ลืมคิดไปว่า ถึงจะสบาย แต่ก็ยัง สบายไม่หมดทั้งตัวเพราะ “กติกาที่เข็มงวดของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงยังคงอยู่ และคนยากจนเหล่านั้นที่ เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ยังเป็น “คนไทย" อยู่ เงินหมื่นบาทที่จะแจกนั้น พวกเขาก็จะรู้ได้ในที่สุดว่า เป็นเงินของพวกเขาเอง แต่พวกเขากลับต้องมาชดใช้ดอกเบี้ยเงินก้อนนี้อย่างไม่รู้จบ ทั้ง 2 เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่นักการเมืองหลายสิบคนไม่เคยจำ

3.มาถึงวันนี้ รัฐบาลจึงควรทุ่มเททุกนาทีให้กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อคนทั้งประเทศ แต่ดันไปทุ่มเทให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคนหยิบมือเดียว และก็ทำไปทั้งๆที่รู้ว่า จะสำเร็จได้ยาก

ในทางกลับกัน อาจดึงพรรคร่วมรัฐบาลลงนรกตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไป ว่าจะมีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหนรู้สึกตัวบ้าง เพราะไม่ว่าจะแก้ไขกันเลยเถิดไปถึงไหนก็ตาม แต่การแก้ไขในลักษณะนี้ก็ “ผิดรัฐธรรมนูญ” แน่นอน

4.ผมเชื่อว่า “การหลงในอำนาจ” ว่าไม่มีใครกล้าคัดค้านนั้น น่าจะเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาล กล้าทำลายหลักการลงในหลายเรื่อง เช่น การกักงบประมาณ เอามาทำเงินดิจิทัล การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะตกอยู่แค่แรงงานต่างด้าวมากกว่าแรงงานไทย ไม่คำนึงถึงภาระซ้ำเติมของเจ้าของกิจการต้องแบกรับฯลฯ

การคิดย้าย "ผู้ว่าแบงก์ชาติ" นอกจากนี้ ยังกล้าเสนอกฏหมายนิรโทษกรรม ซ้ำรอยเดิมอีกด้วย ช่างกล้าท้าทายสังคมยิ่งนัก เอาเถอะครับ ถ้ากล้าทำก็อย่ายืนขาสั่น นะครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย

กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

'พท.' นัดประชุมพรรคถกร่างแก้รธน. มั่นใจเสียงพรรคอื่นร่วมหนุน

'เพื่อไทย' นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถก ลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็ง หาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร. ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่แคร์ 'ภูมิใจไทย' ไม่ร่วมลงชื่อ มั่นใจ มีเสียงสส.พรรคอื่นพร้อมร่วมสนับสนุน

เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน

'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว