03 ต.ค.2567 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ยกเลิกโครงการทัศนศึกษาของนักเรียนกับยกเลิกการดูงานของนักการเมือง ควรยกเลิกอะไรมากกว่ากัน” ระบุว่า เกิดประเด็นดราม่า เรื่องควรจะยกเลิกโครงการทัศนศึกษาของนักเรียนหรือไม่ หลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรม ไฟไหม้รถบัสนักเรียนโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี จนนำมาเป็นประเด็นถกเถียงกัน จนเกิดความเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย คือ
1.ฝ่ายที่เห็นควรว่า ยกเลิกโครงการทัศนศึกษาของนักเรียนจะอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน และการประหยัดค่าใช้จ่าย และ 2.ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนให้มีโครงการศึกษาดูงานต่อไป ก็เห็นว่าเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน เป็นการส่งเสริมทักษะของนักเรียน และเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนที่พ่อแม่ไม่สามารถนำไปศึกษานอกสถานที่ได้
ส่วนตัวสนับสนุนให้มีโครงการทัศนศึกษาของนักเรียนต่อไป การยกกรณีตัวอย่างเหตุไฟไหม้รถบัสของนักเรียนมาศึกษาดูงานที่เกิดขึ้นนั้น เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสภาพของรถบัส หรือปัญหาของการเดินทาง เปรียบเสมือนการขึ้นต้นไม้เพื่อเก็บผลไม้ เมื่อพลัดตกลงมา จะไปโค่นต้นไม้ทิ้ง ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ควรจะแก้ปัญหาต้นตอของปัญหาจริงๆ ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ใครก็ตามที่มีแนวความคิดจะยกเลิก การทัศนศึกษาดูงานของนักเรียน ก็ควรไปยกเลิกโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศของ สส.หรือ สว. และข้าราชการผู้บริหารระดับสูงให้ได้เสียก่อน เพราะการศึกษาดูงานต่างประเทศของ สส.ผ่านคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน 35 คณะ งบประมาณเฉลี่ยคณะละ 8-10 ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณ 350 ล้านบาท
ส่วนคณะกรรมาธิการสามัญของสมาชิกวุฒิสภา จำนใน 21 คณะ งบประมาณเฉลี่ยคณะละ 8-10 ล้านบาท รวมงบประมาณ 210 ล้านบาท รวมแล้วใช้งบประมาณ 560 ล้านบาท ถ้ารวมกับงบประมาณศึกษาดูงานต่างประเทศของผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง ทบวงกรม อีกจำนวนหลายร้อยล้าน รวมๆแล้วงบประมาณนับ1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินอย่างมหาศาล น่าจะนำเงินเหล่านี้มาอุดหนุนโครงการทัศนศึกษาของนักเรียน เพื่อปรับปรุงโครงการให้ได้รถบัสที่มีคุณภาพสูงในการเดินทาง ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ถ้าจะยกเลิกโครงการทัศนศึกษาของนักเรียน ต้องไปยกเลิกโครงการทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศของ สส.,สว.และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยราชการให้ได้เสียก่อนจะดีกว่า ถ้ายกเลิกไม่ได้อย่าคิดมารังแกเด็กเลย มันบาปครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัดเจน! 'นิพิฏฐ์' เผยความเชื่อ 5 ประการ ปีศาจทางการเมืองตัวใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความเชื่อ 5 ประการ ของผม ผมเป็นเพียงอดีตนักการเมือง เป็นคนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความเห็นผม
'ดิเรกฤทธิ์' ชี้วิกฤตศรัทธาไม่ได้เกิดเฉพาะป.ป.ช. กำลังลามนักการเมือง-สถาบันทางการเมืองหลายแห่ง
ดิเรกฤทธิ์ ข้องใจเมื่อ ปชช.เห็นข้อกล่าวหา ข้อสงสัยเกิดขึ้น กลับไม่มีการยื่นตรวจสอบ หรือมีความพยายามปกป้องพวกเดียวกัน
‘ปิยบุตร’ เพ้อแจกแจงนักการเมือง 2 ประเภท ใครทำเพื่อคนส่วนน้อย และใครยืนข้างเสียงส่วนใหญ่
นายปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่าง คนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจ และพลานุภาพ
'ชาดา' ขอโทษแซว 'ไอซ์ รักชนก' แค่หยอกล้อ อยากรวยต้องเป็นแฟนพี่
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีภาพปรากฏการแจกเงินให้กับผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เรื่องแจกเงิน ก็แจกคนแก่ไม่กี่คน ตาม อบต. ก็ถือว่าเป็นธรรมเนียมของไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วตนก็แจกแบบนี้มาตั้งแต่นานแล้วแต่ช่วงที่การเลือกตั้ง ไม่เคยมีการแจก และการมาแจกช่วงนี้ก็ไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งแล้ว
'เสธ.หิ' ขอเปิดใจฟัง 'แม่ทัพภาค4' บ้าง ลั่นเป็นทหาร ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่นักสื่อสารมืออาชีพ
ดร.หิมาลัย ขอเข้าใจแม่ทัพภาค 4 หลังมีกระแสออกมาโจมตีเกี่ยวกับคำพูดที่แถลงข่าวในเรื่องมือปืนที่ยิง สส. ภาคใต้ และนำไปขยายผล
'นิพิฏฐ์' ก็ถุย! 'ขรก.-นักการเมือง' ที่ยอมศิโรราบ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พูดคำว่าถุย

