'จตุพร' ลั่นไม่อยากเห็นประชาชนลงถนน รัฐบาลก็อย่าทำโครงการขายแผ่นดิน

9 ต.ค.2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า สถานการณ์การเมืองเริ่มไม่แน่นอนขึ้น เพราะการตรวจสอบชั้น 14 ใกล้เสร็จและต้องไปถึงศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย คาดอย่างช้าอาจรู้ผลใน พ.ย.นี้หรือเวลามากกว่านี้ไม่นาน นอกจากนี้การยื่นร้องเรียนคุณสมบัตินายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งเป็นอาฟเตอร์ช็อก มาจากกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลสั่งให้หลุดจากนายกฯ ดังนั้น กรณีเดียวกันเรื่องนี้คงส่งถึงศาล รธน.พิจารณาเช่นกัน

สิ่งสำคัญกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์บนที่ธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายกันได้ นายกฯ อุ๊งอิ๊ง ย่อมหาทางสู้ได้ยาก แล้วยังต้องมาเสียท่าตายน้ำตื้นกรณีจัดงานเลี้ยงหาเสียงนายก อบจ. ปทุมธานี ซึ่งอุ๊งอิ๊ง ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปร่วมงานด้วย คงจะต่อสู้ให้พ้นผิดได้ยากมาก

"เรื่องกล่าวหาเหล่านี้กำลังเดินทางไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไปถึงศาล รธน.และรับฟ้องแล้ว ต้องลุ้นจะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ หรือไม่ ดังนั้นทั้งหมดนี้จะหนีความเป็นจริงไม่พ้นและจะตั้งทีมที่ปรึกษาก็ตาม ย่อมไม่มีสิทธิ์ช่วยอะไรได้ เพราะผลการกระทำได้สำเร็จไปแล้ว"

ส่วนเงินบริจาคม็อบเสื้อแดง 42 ล้าน ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปชี้แจงผ่านสื่อบางช่องนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เขาอธิบายชัดเจนว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับตน ดังนั้น ขอเตือนไปยังพวกแสดงความเห็นในช่องสื่อสารของนายหนุ่มโคราช หรือช่องอื่นใดก็ตาม ที่กล่าวหาตนด้วยความเท็จต้องถูกดำเนินคดีและเรื่องนี้ตนเคยชนะคดีมาแล้วกับการฟ้องดาราคนหนึ่ง อีกทั้ง กล่าวว่า คนกล่าวหาด้วยความเท็จว่าตนเอาเงินไป 42 ล้าน ทั้งที่ตนไม่เกี่ยว ไม่ยุ่งเรื่องเงินด้วย และนายณัฐวุฒิ ชี้แจงแล้วว่า ตนไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินบริจาคเลย เพราะเขาจัดการบริหารเรื่องเงินชุมนุมซึ่งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากมาย

"คนไปแสดงความเห็นเรื่องนี้ด้วยความเท็จนั้น ถ้าเป็นคนเก่งนัก ก็ไม่ต้องลบความเห็น เพราะหลังวันอังคาร (15 ต.ค.) นี้ จะดำเนินการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปฟ้องเรียกค่าเสียหายคดีละแสน โดยครึ่งหนึ่งแบ่งให้ทีมทนาย อีกครึ่งให้พีซทีวี ซึ่งคดีนี้ชนะแน่เพราะเคยชนะมาแล้ว ถ้าคดีไปถึงศาลจะไม่ยอมไกล่เกลี่ยด้วย เพราะให้เวลาตั้งแต่เมื่ออังคารที่ 8 ต.ค. ถึง 7 วันแล้ว ส่วนกรณีนายหมุ่มโคราชจะแจ้งความรักษาเวลาคดีเอาไว้ก่อน เพราะหนีไปอยู่ประเทศลาว กลับมาเมื่อใดจะฟ้องคดีแน่นอน"

นายจตุพร ย้ำว่า ถ้าพวกแสดงความเห็นคนใดมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนเก่งแล้ว ไม่ต้องลบข้อความกล่าวเท็จใส่ร้ายโคมลอยกับเรื่องที่ผ่านมา 14 ปี ดังนั้น พวกนักเลง แสดงความเห็นเก่งๆ ไม่ต้องลบในเวลา 7 วันที่ให้ไป จากนั้นตนจะฟ้องคดีให้หมดทุกคน เรียกค่าเสียหายคนละแสน เตรียมเงินแสนไว้เดิมพันกันได้เลย

นายจตุพร กล่าวถึงชุดปฏิบัติการไอโอใส่ร้ายว่า ถ้าสืบจับได้สักคนจะยกไปบุกถึงรัง ซึ่งจะไม่ยอมให้กระทืบฟรีด้วยความเท็จได้ทุกวัน หากเป็นเรื่องอื่น ด่าด้วยถ้อยคำแรงๆ ไม่ถือสา มองข้ามไปได้ แต่เรื่องความเท็จไม่ยอมให้ด่าฟรีเด็ดขาด

"ดังนั้น ถ้ามีปัญญาจริงต้องรีบลบ แต่ถ้าแน่จริง นักเลงจริงไม่ต้องลบ ผมไม่มีการประนีประนอม ไม่เห็นใจ ถึงร่ำไห้ก็ไม่ใจอ่อน เพราะให้โอกาสแล้ว 7 วัน และจะปิดการขายในวันอังคารที่ 15 ต.ค.นี้"

ส่วนการลงถนนนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ได้พูดไว้ชัดเจนแล้วว่า เงื่อนไขอยู่ที่รัฐบาลทำโครงการขายชาตินำที่ดิน 3 แสนไร่ไปให้ต่างชาติอยู่นานถึง 99 ปี ถ้าจะสร้างแลนด์บริดจ์และระบบขนส่งข้ามฝั่งก็ไม่มีปัญหา อีกอย่างเงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การตั้งบ่อนคาสิโน ล้มระบบการเงินของประเทศ ซ่อนแผนใช้ดิจิทัลซื้อคอนโด ขายหมู่บ้านหรูให้ต่างชาติ ดังนั้น ถ้าไม่ต้องการให้ประชาชนลงถนนก็อย่าทำโครงการเหล่านี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนรอบไทย ชายแดนใต้ปลุกปั่นแยกดินแดน บี้รบ.รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม

'จตุพร' เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนบีบรอบไทย ชายแดนใต้ยังสนุกปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน บี้ รบ.หนู รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม ต้าน 'แลนด์บริดจ์' โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู แค่อดีตขึ้นค่ารถเมล์ 25 สต.รมต.ยังเด้งพ้นตำแหน่ง

'เต้น' ฟาดกลับ 'เท้ง' ตอนโหวตให้ภท.เป็นรัฐบาลตาม MOA เอาวิญญาณใครไปขาย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพิ่งเห็นคลิปหัวหน้าเท้งอภิปรายว่าการที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทยคือการขายวิญญาณ

'จตุพร' หนุน 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บ.แต่โรงกลั่นยังฮึดฮัด เตือนพ.ค.ชี้ชะตาน้ำมัน-ปุ๋ยหมด

'จตุพร' เตือน วิกฤตไทยลุกลาม ถาโถมหนักอึ้ง คาดเมษา-พฤษภา ดีเซลแพงทะลุกว่า 60 บ. ซ้ำร้ายน้ำมัน-ปุ๋ยหมดสต็อกทุกข์ระทมอดอยากระบาดทั่วหย่อมหญ้า ส่วนพ่อค้าน้ำมันหอบกำไรกันเบิกบาน ให้กำลังใจ รมว.พลังงาน ขอลดค่ากลั่น 2 บ.ยังฮึดฮัด เชื่อ 'ศุภจี' เหนื่อยแบกปัญหา

'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ

'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร

'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ