16 ต.ค.2567 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุงโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ขายตรงหรือฉ้อโกง ?” ระบุว่า เพื่อนฝูงในแวดวงกฎหมายผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยตน เห็นว่าผมแสดงความเห็นเรื่องธุรกิจขายตรงที่เป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้อยู่บ้าง ท่านก็ส่งคำอธิบายตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกามาให้ดู เพื่อให้ผมได้เขียนเป็นภาษาง่ายๆ ให้ความรู้แก่ประชาชน ว่า การขายสินค้าโดยให้สมัครเป็นสมาชิก และให้สมาชิกซื้อสินค้าจะเป็นการฉ้อโกงหรือไม่
หลักคือ ให้ดูที่“รายได้ที่แท้จริง“ ของผู้ประกอบการว่ามาจากอะไร โดยมีหลัก 3 ประการ ดังนี้
1.ถ้ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการสมัครเป็นสมาชิก และให้หาสมาชิกไปเรื่อยๆ รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการขายสินค้าอย่างนี้เป็นลักษณะของแชร์ลูกโซ่อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน
2.รายได้ส่วนใหญ่มาจากการสมัครสมาชิกและบังคับให้สมาชิกซื้อสินค้าจำนวนมากๆแต่จริงๆแล้วไม่สามารถขายสินค้านั้นได้ รายได้ที่เกิดเรียกว่า“รายได้หรือกำไรเทียม”อันเกิดจากการหลอกลวงอย่างนี้ก็มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ ผิดกฎหมาย
3.รายได้เกิดจากการขายสินค้าทั่วไปโดยไม่ได้มาจากการสมัครสมาชิก หรือการบังคับซื้อสินค้า อย่างนี้เป็นธุรกิจทั่วๆไปไม่ผิดกฎหมาย
ธุรกิจที่เป็นข่าวจะเป็นธุรกิจแบบไหนจึงต้องดูจาก“รายได้”ของบริษัทว่าเกิดจากอะไรเรื่องนี้มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่หลายฎีกาเช่น ฎีกาที่ 2901 / 2547, 1172 / 2566, และ 326 / 2566 ผู้ที่สนใจสามารถไปอ่านรายละเอียด ในคำพิพากษาศาลฎีกาเหล่านั้นได้
ผมก็ไม่รู้ว่า กรณีที่เป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้ เป็นการทำธุรกิจแบบไหน เพราะไม่ได้ติดตาม แต่หวังว่า ผู้ที่สนใจและติดตามจะได้ประโยชน์บ้างตามสมควร จึงนำมาเขียนให้อ่านกัน
แถมอีกนิด! อย่าคิดว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในสังคมไทย ในสมัยพุทธกาล เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสรู้แล้ว มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์เพื่อฟังธรรม พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ ตอนนั้นยังบวชเป็นปริพาชก อยู่ในสำนักของพระอาจารย์สัญชัยปริพาชก ได้บอกกับอาจารย์สัญชัย ว่า บัดนี้มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกแล้ว เราไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้ากันเถิด อาจารย์สัญชัยจึงถามลูกศิษย์ทั้งสองว่า โลกนี้ คนโง่ กับ คนฉลาด อย่างไหนมีมากกว่ากัน พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ตอบว่า คนโง่มีมาก คนฉลาดมีน้อย พระอาจารย์สัญชัยปริพาชก เห็นแก่ลาภสักการะ จึงกล่าวกับลูกศิษย์ทั้งสองว่า งั้นเธอทั้งสองไปเถอะ อย่าห่วงเราเลย คนฉลาดจะไปยังสำนักของพระสมณโคดม ส่วนคนโง่จักมาสู่สำนักของเรา
ขึ้นต้นด้วยธุรกิจที่โด่งดัง จบลงด้วยพุทธประวัติ งง ไม๊ล่ะครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' ขอเคลียร์ใจสื่อ! ก่อนทำเรื่องใหญ่
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "เคลียร์ใจกันก่อน" โดยระบุว่า
'นิพิฎฐ์' ถอนหายใจแรง! 'พัทลุง' แชมป์โกงประเทศไทย
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "แชมป์แห่งการโกง" โดยระบุว่า
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสถอดบทเรียนคำพิพากษาศาลฎีกาคดีทุจริตเลือก สว.ร้อยเอ็ด
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' หอบคำพิพากษาศาล บี้สำนักงานที่ดินโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อวัด
'ทนายวัดป่าอดุลฯ' ยื่นข้อเสนอกฎหมาย-แนวคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 100 หน้า ถึงอธิบดีกรมที่ดินและสำนักงานที่ดินจังหวัด ขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อวัดได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทายาทมาจดทะเบียนโอน
ชัดเจน! ประธานบอร์ดคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไขปมศึกทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ชี้กรณีทายาททวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยารามว่า โปรดพิจารณาคำพิพากษาฎีกาที่ 7638 / 2538 ซึ่งวางมาตรฐานเรื่องการยกที่ดินเพื่อเป็นที่สร้างวัด ว่าทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้น โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จ ที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็น

