02 ก.ย.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ถอดบทเรียนลึก! คำพิพากษาศาลฎีกา คดีทุจริตเลือก สว. ร้อยเอ็ด: เมื่อ “นอมินีการเงิน” และ “กระบวนการศาล” พ่ายพยานวิทยาศาสตร์ ศาลฟันตัดสิทธิ 10 ปี!” ระบุว่า คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 15/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 69/2569) กลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเลือก สว. ปี 2567 จังหวัดร้อยเอ็ด
คดีนี้ กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร สว. จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย จากเหตุการณ์เลือก สว. เมื่อปี 2567 ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า เป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี จำนวน 6 ราย (พล.ท.โสภณ ศิริงาม, นายชัยชนะ, นายเรืองวิทย์, นายเฉลิมศักดิ์, พ.อ.สมบูรณ์ชัยย์ และ น.ส.ณัฏฐยา) พร้อม ยกคำร้อง 2 ราย (นายบรรลุ และ นายสนอง) เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ
เจาะลึก 4 ข้อคิดและประเด็นข้อกฎหมายหลักจากคำพิพากษา
1.เทคนิค “โอนเงินผ่านนอมินี” พ่ายระยะเวลาและพิกัดเสาโทรศัพท์
กลุ่มผู้กระทำผิดพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการไม่โอนเงินตรง แต่ใช้วิธีโอนเข้าบัญชีลูกน้อง (พ.อ.สมบูรณ์ชัยย์) หรือภริยา (น.ส.ณัฏฐยา) ก่อนโอนต่อให้ผู้รับภายในเวลาห่างกันเพียง 1 นาที (12.05 น. และ 12.06 น.)
เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลพิกัดเสาสัญญาณโทรศัพท์ (Cell Site) ที่ระบุว่าอยู่ในสถานที่เดียวกัน ศาลจึงชี้ว่าเป็นการ "จงใจสร้างธุรกรรมอำพราง" ส่วนข้ออ้างเรื่องค่าตอบแทนดูแล หรือค่าสินค้า เช่น "ค่ากาแฟยี่ห้อลุงเหลิม" ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะร้านค้าไม่มีบัญชีสต็อกสินค้ามารองรับ
2.แกล้งฟ้องคดีแพ่งอำพราง ศาลมองออกว่าเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ
หนึ่งในข้อต่อสู้ที่ซับซ้อน คือการที่ภริยาของผู้สมัคร ยื่นฟ้องแพ่งต่อศาลแขวงนนทบุรีเพื่อเรียกเงิน 15,000 บาทคืน โดยอ้างว่าผู้รับผิดสัญญา "โครงการพันธุ์ข้าวสีชมพู"
ศาลฎีกาเห็นว่า มีการปล่อยเวลาเนิ่นนานกว่า 1 ปี และเพิ่งมาฟ้องหลังจากถูก กกต. แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว อีกทั้งคดีแพ่งดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวโดยไม่มีการสู้คดี พฤติการณ์จึงส่อชัดเจนว่าเป็นการ "สมรู้ร่วมคิดกันใช้กระบวนการทางศาลเพื่อสร้างพยานหลักฐานเท็จ" มาใช้สู้คดีเลือกตั้ง
3.อานุภาพมาตรการ "กันไว้เป็นพยาน" (Whistleblower Protection)
พยานปากสำคัญคือนางสาวณัฐนรี ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกที่เข้าร่วมรับเงิน แม้ตามกฎหมายถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด แต่ กกต. ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 65 กันตัวไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี
คำเบิกความซัดทอดนี้ เมื่อนำมาประกอบกับพยานวิทยาศาสตร์ (คลิปเสียงสนทนาที่ผ่านการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน 4 ว่าไม่มีการตัดต่อ และสลิปการโอนเงิน) จึงมีน้ำหนักหักล้างข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านได้อย่างสมบูรณ์
4. "เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้" ความผิดสำเร็จทันทีแม้เงินยังไม่ถึงมือ
ในส่วนของผู้คัดค้านที่ 2 (นายชัยชนะ) แม้สุดท้ายจะไม่ได้จ่ายเงิน 50,000 บาท ตามที่เสนอให้นางสาวณัฐนรี แต่กฎหมายได้มาซึ่ง สว. ถือว่าการ "เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้" เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน เป็นความผิดสำเร็จแล้วทันทีที่การเจรจาสิ้นสุดลง
สรุปบทเรียน: คำพิพากษาฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ในยุคดิจิทัล การซ่อนร่องรอยการทุจริตทำได้ยากยิ่ง พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และธุรกรรมทางการเงิน สามารถเชื่อมโยงพฤติการณ์อำพรางได้อย่างไร้ข้อสงสัย ความสุจริตและเที่ยงธรรมจึงเป็นหลักการสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วัส' เจาะลึกคำแสลงใจสภาสูงที่ทำให้ 'สว.กอบ' ยื่นสอบ กกต.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสวิเคราะห์เจาะลึกปม 'หมอสรณ' ดื้อแพ่งนัดประชุม กสทช.ขัดคำสั่งศาล
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ดร.ธารินี สะท้อน ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเปียกปอนสุด ไม่ใช่น้ำฝน เป็นน้ำลายที่สาดใส่กันไปมา
เวลาเห็นน้ำท่วมจังหวัดอื่น หลายคนถามหา สส. ในพื้นที่ ถามหา สจ. ถามหา อบต. ว่าอยู่ไหน ทำอะไรให้ชาวบ้านบ้าง แต่พอเป็นกรุงเทพฯ ทำไมบางคนข้ามผู้บริหารเมือง ข้ามสำนักงานเขต แล้วด่ารัฐบาลกันฉ่ำ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯ ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. คดีบัตรเลือกตั้ง บททดสอบคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ปชช.
วัส ติงสมิตร ชี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็น บททดสอบครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการลงคะแนนโดยลับ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ปริศนาพูลแมนโจทย์ใหญ่คดีฮั้ว สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาฯ อธิบายช่องโหว่ฟันคดีฮั้วสว. ปม 'โพยฮั้ว' ศาลสั่งโมฆะล้มกระดานไม่ได้เหมือน สส.
วัส ติงสมิตร ชี้การมีโพยตรงกับผลคะแนน ไม่ได้ทำให้กระบวนการลงคะแนนหลุดจากการเป็น 'การลงคะแนนลับ' ในเชิงรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถนำหลักการเลือกตั้ง สส. ตามมาตรา 83 หรือ 85 มาสั่งล้มการเลือก สว. ได้

