'ทนายอนันต์ชัย' ไล่บี้คนด่า-กล่าวหาพระ ว.วชิรเมธี ออกมาขอโทษ อย่าเงียบเป็นเป่าสาก

25 ต.ค.2567 - หลังจากที่กรมป่าไม้ เปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีพื้นที่ที่กรมป่าไม้อนุญาตให้มูลนิธิวิมุตตยาลัยและศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน โดยพระเมธีวชิโรดม หรือ พระ ว.วชิรเมธี เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงราย ยืนยันว่าไม่พบการบุกรุกพื้นที่เพิ่มจากการขออนุญาต

ล่าสุด นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า กรมป่าไม้ ชี้แจงแล้ว ท่าน ว.วชิรเมธี ไม่บุกรุกป่าไม้ คนที่ด่าและกล่าวหาว่า บุกรุกป่าไม้ ควรออกมาขอโทษ ไม่ใช่เงียบเป็นเป่าสาก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น !

ทั้งนี้ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม แสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและโดยธรรม กรณีท่าน ว.วชิรเมธี ไม่ผิดอาญาและพระธรรมวินัย ต่างจากทนายท่านอื่นและบุคคลอื่น มิได้เข้าข้างหรือมีการโทรศัพท์มาให้พูดแก้ตัวแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดี พระเมธีวชิโรดม หรือ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ในฐานะตัวการสนับสนุนคนมาลงทุน ในข้อหาสนับสนุนบริษัทดิไอคอนกรุ๊ป ให้เกิดการฉ้อโกงประชาชนนั้น

นายอนันต์ชัย ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ขอเรียนว่า มูลนิธิทนายกองทัพธรรมใช้พระธรรมวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นฐานในการวินิจฉัยให้ความเห็นในทุกมิติโดยไม่มีอคติหรือเจตนาก้าวล่วงทนายผู้ใด หรือท่านใดหรือคนที่เห็นต่าง เราจึงให้ข้อมูลที่เป็นข้อพระธรรมวินัย ข้อกฎหมายสงฆ์และกฎหมายบ้านเมืองตามข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ปรากฎเป็นข่าวเท่านั้น เพื่อป้องปรามมิให้มีวิวาทะต่อพระสงฆ์ด้วยถ้อยคำรุนแรง

แน่นอนที่สุดว่าทุกคนอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายไม่มียกเว้นแม้จะเป็นพระสงฆ์ก็ตาม แต่ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์โดยกระบวนการยุติธรรมเสียก่อนในส่วนของท่าน ว.วชิรเมธี ผิดถูกอย่างไรก็ว่ากันตามกระบวนการทางสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ปัจจุบันถือว่าท่านยังไม่มีความผิด ส่วนจะละเมิดพระธรรมวินัยขัอใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งตามข้อเท็จจริงที่จะปรากฎในอนาคต

ดังนั้นการแสดงความเห็นและกล่าวถึงท่าน ว.วชิรเมธี หรือพระสงฆ์รูปใดๆ ที่ยังถือครองเพศบรรพชิตอยู่ ชาวพุทธเราควรระมัดระวังและว่ากล่าวโดยอรรถโดยธรรมด้วยถ้อยคำสุภาพในฐานเป็นพุทธบริษัทร่วมกัน และขอให้ท่านได้พิสูจน์ตนเองก่อนที่จะสรุปว่า ผิดหรือถูกอย่างไร

ท้ายที่สุดหากเป็นความบกพร่องพลาดพลั้งของท่านเองในเรื่องกฎหมายหรือพระธรรมวินัยที่ขาดเจตนาอันไม่เป็นความผิดแล้ว ก็ควรรับโทษในส่วนนั้นๆ ตามความเหมาะสมและควรให้อภัยท่าน ว.วชิรเมธี ด้วยเมตตาธรรมระหว่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านได้กลับทำงานจรรโลงพระพุทธศาสนาต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมป่าไม้-สผ. ผนึกกำลัง ลงนามความร่วมมือ ยกระดับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ

กรมป่าไม้และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีคุณค่าทางนิเวศของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และสอดคล้องกับทิศทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับชาติ โดยมี

ลุยต่อ! คดี 'ดิไอคอน' ผู้เสียหาย 13 ประเทศ เสียหายทะลุ 686 ล้าน

ดีเอสไอ-อัยการสูงสุด ลุยคดีดิไอคอนฯ ขยายผลผู้เสียหาย 13 ประเทศ เสียหายทะลุ 686 ล้าน ฟัน 4 ข้อหาหนัก 19 ผู้ต้องหา พร้อมชี้ขาดสั่งฟ้อง “บอสมิน-บอสแซม” คดีนอกราชอาณาจักร เร่งสอบ 40 พยานสำคัญก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการสูงสุดภายใน พ.ค.นี้

กรมป่าไม้แจ้งจับผู้บุกรุก 'ห้วยกุ้ง' เขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา

กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีผู้บุกรุก “ห้วยกุ้ง” ในเขตป่าสงวนลำน้ำยวมฝั่งขวา เผยตัดตั้งกล้องวงจรปิดแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ อธิบดีเผยอนุญาตให้ชาวบ้านทำกินได้ปกติ-สั่งตรวจสอบเงื่อนไขสัมปทานทำเหมืองแร่

กรมป่าไม้ ส่งสิ่งของที่รับบริจาคถึง อ.หาดใหญ่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่แจกจ่ายให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และได้สั่งการให้ กรมป่าไม้จึงเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือและยานพาหนะที่จำเป็นเร่งลงพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านการอพยพประชาชน การสนับสนุนด้านเสบียง และกำลังช่วยอย่างเต็มที่

กรมป่าไม้ ขานรับนโยบาย รองนายกฯ สุชาติ ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัยภาคใต้

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเน้นย้ำในการช่วยเหลือประชาชนต้องปลอดภัยเป็นอันดับแรก