เลือกตั้งแปลกประหลาด 1ก.พ.เลือกส.อบจ. 76 จังหวัด เลือกนายกอบจ. 47 จังหวัด

กกต. เผยจัดเลือกตั้ง 1 ก.พ.68 เลือก ส.อบจ. 76 จังหวัด เลือก นายก อบจ. 47 จังหวัด เหตุลาออกก่อนและจัดเลือกตั้งไปแล้ว 29 จังหวัด ยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้แปลกประหลาด ชี้การออกไปใช้สิทธิของประชาชน คือความชอบธรรมของผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง

13 ธ.ค.67 - ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์​ คอนเวนชั่น​ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง (​กกต.) กล่าวในกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ว่า หลังจากการเลือกตั้ง อบจ. จะมีการเลือกตั้งเทศบาลในระดับถัดไป ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแปลกประหลาดเนื่องจากเป็นเหตุผลทางกฎหมายมากกว่าเหตุผลทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้ให้พรรคการเมืองระดับชาติส่งผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งได้ จากกรณีนายกอบจ.29 จังหวัด​ ลาออก หมายความว่าในจังหวัดดังกล่าวมีการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ประกาศผลไปแล้ว 20 จังหวัด และเตรียมที่จะประกาศผลอีก 5 จังหวัด และจะมีอีก 4 จังหวัดที่เตรียมเลือกตั้งใน 2 สัปดาห์นี้

"การเลือกตั้ง 2 ครั้งใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพราะเป็นการเลือกทั้งจังหวัด 2 ครั้ง บางครั้งกระทบกับการบริหารของ อบจ. โดยเฉพาะ 4จังหวัดที่กำลังจะเลือกตั้งจะกระทบต่อการบริหาร เนื่องจากการเลือก นายก อบจ. เสร็จสิ้น สภา อบจ. ครบวาระไปแล้ว และนายก อบจ.ไม่สามารถที่จะมีการแถลงนโยบายเข้าทำหน้าที่ได้ มีแน่นอน 4 จังหวัด คือ อุบลราชธานี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และ ตาก และจะเหลือให้เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน 76 จังหวัด และการเลือกตั้ง นายก อบจ.47 จังหวัด และในช่วงนี้ที่มีการลาออกของนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. ก็จะไปเลือกตั้งพร้อมกันในวันที่ 1 ก.พ. 2568 โดยได้ออกแบบบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งหมด 8 สี ภูมิภาค 2 สี อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์เพื่อป้องกันการทุจริต"

นายแสวง กล่าวว่า กกต. คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์น้อย แต่เชื่อว่าจะมากกว่าร้อยละ 50 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 65-70 จึงหวังที่จะได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในความตั้งใจของ กกต. คือการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมา 29 จังหวัดก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีน้อยมาก ต้องจับตาในวันที่ 1 ก.พ.สถานการณ์จะเป็นอย่างไร

"การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชนเป็นความชอบธรรม ที่จะได้เสียงข้างมากจากประชาชนในพื้นที่เข้าไปบริหาร การเลือกตั้งคือความมั่นคงของชาติอย่างหนึ่ง หากการเลือกตั้งล้มเหลว เชื่อว่าคนที่ได้รับการเลือกตั้งก็จะไม่ได้รับความชอบธรรมเข้าไปในบริหารบ้านเมือง หรือเป็นตัวแทนของประชาชน"นายแสวง กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์

'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'

"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย

'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า

โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง