อดีตกกต.สรุปการปราศรัยของ 'ทักษิณ' ท่องอาขยาน วนเวียน เก็บกด หยาบคาย ไม่พัฒนา

21 ม.ค.2568- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. โพสต์ข้อความว่า ฟังการปราศรัยหลายเวทีของผู้ช่วยหาเสียงทักษิณ ชินวัตร แล้วมีข้อสังเกตดังนี้

  1. ไม่มีการพัฒนาด้านเนื้อหา โดน content ยังวนเวียนเรื่องเดิม เช่น ยาเสพติด ให้พ่อค้าเลิกขายยา หนี้ครัวเรือน เดี๋ยวจะมีเงินเต็มกระเป๋า บ่อนพนัน คอลเซ็นเตอร์ชายแดน เดี๋ยวจะไปจัดการ ทุกเวทีก็จะพูดเนื้อหาวนเวียนเท่านี้
  2. ท่องอาขยาน เกี่ยวกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย เช่น แจกเงินหมื่น บ้านเพื่อคนไทย หนึ่งตำบลหนึ่งทุนการศึกษา เอนเทอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ แต่พูดได้ดี พูดได้เข้าใจง่ายกว่าคนในรัฐบาลพูด
  3. มีความเก็บกดเกี่ยวกับเรื่องราวที่ถูกกระทำในอดีต เช่น การถูกรัฐประหาร การถูกยึดทรัพย์ การถูกศาลตัดสินว่าโกง และจะไม่พอใจมากหากมีคำวิจารณ์รุนแรงถึงลูกสาวตนเอง
  4. ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ต่ำลงในทุกเวที มีการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ โดยเข้าใจว่าเป็นลีลาปราศรัยที่คนฟังชอบ แต่ไม่นึกถึงว่าเป็นการด้อยคุณค่าและลดศักดิ์ศรีของตนเอง ประสบความสำเร็จในการกลายเป็นประเด็นข่าวเชิงลบ
  5. การประเมินผลสำเร็จของการปราศรัย คงต้องดูผลการเลือกตั้งในจังหวัดที่คุณทักษิณไปปราศรัย และคดีร้องเรียนที่ตามมา อีกไม่กี่วันก็รู้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ป้าธิดา' แนะ 'ยิ่งลักษณ์' อยู่เมืองนอกก็เหมือนอยู่เมืองไทย สามารถหาความสุขได้

เพจ ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำนชป. โพสต์ข้อความว่า : ยิ่งลักษณ์กลับไทย มองว่ายาก! แนะนำให้ทำใจอยู่เมืองนอกก็เหมือนอยู่เมืองไทย สมั

'วัชระ' เดินสายยื่น 'เอกนิติ-ปลัดคลัง-สรรพากร' บี้ทักษิณจ่ายภาษีหุ้นชินฯ 1.7 หมื่นล้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมสรรพากรตามลำดับในวันเดียวกันที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงการคลัง อยู่ติดกับศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เรื่องขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายติดตามภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมของนายทักษิณ ชินวัตร

ภารกิจ 'ทักษิณ' หลังพ้นคุก สงบศึกหรือขัดแย้งรอบใหม่

การกลับมาของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ที่ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังถูกคุมขังจำนวน 243 วัน หรือราว 8 เดือน หลายคนประเมินกำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญของสมการการเมืองไทย ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจร้อนแรงและอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา