'ภูมิธรรม' เผยมีการขอพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับ 'หม่องชิตตู่' ย้ำเฝ้าระวังหากเข้าแดนไทยพร้อมจับทันที ชี้สั่งเด้งตำรวจเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำตามขั้นตอนสอบสวน
12 ก.พ.2568 - นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมออกหมายจับพันเอกหม่อง ชิตตู่ ผู้นำคนปัจจุบันของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าหมายจับออกแล้วหรือไม่ แต่มีการติดต่อประสานมาเพื่อขอหลักฐานในการออกหมายจับ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ เมื่อออกหมายจับแล้วคงไปจับในประเทศเขาไม่ได้ เพราะถือเป็นอธิปไตย แต่ถ้าออกหมายจับแล้วมีการขยับเข้ามาพื้นที่ของไทย ก็สามารถจับได้เลย ซึ่งหากมีการออกหมายจับก็จะไปเฝ้าดูที่พักที่มีข่าวว่าอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ
ส่วนการออกคำสั่งย้ายข้าราชการที่เข้าไปพัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขณะนี้มีสองราย จะมีการออกคำสั่งเพิ่มอีกหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ขณะนี้มีคำสั่ง 5-6 ตำแหน่ง คือผู้กำกับ 3 สถานี ซึ่งเป็นพื้นที่ตามรายงานข่าว คือสถานีตำรวจภูธรแม่สอด สถานีตำรวจภูธรแม่ระมาด และสถานีตำรวจภูธรพบพระ โดยให้ขาดจากการปฏิบัติงานในหน้าที่เดิมให้ย้ายไปกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ส่วนอีกสองรายนั้นเป็นผู้การฯ จังหวัด และนายพล ต. ในส่วนของนายพล ต. ถูกกำหนดและระบุเส้นทางอีกหลายส่วนก็ได้สั่งย้ายมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งหมดไม่สามารถสั่งการในพื้นที่ได้ แต่ยังไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดมีความผิด เพียงต้องดำเนินการจัดการข้อที่ถูกกล่าวหาที่สอบสวนขั้นต้น เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องในพื้นที่ที่อาจจะเป็นการละเลยหรือเรื่องอะไรต่างๆ
“ตำรวจได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว หากพบว่ามีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ขณะนี้นำออกมาเพื่อให้ทำงานสะดวกและปลอดภัยขึ้น และทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความโปร่งใสชัดเจน ถืออยู่ในกระบวนการ SEAL STOP SAFE ใน 51 อำเภอ 14 จังหวัด ที่หากพบว่ามีปัญหาจังหวัดและผู้การฯ จังหวัดต้องรับผิดชอบ และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท้องที่ใน 76 สถานีก็จะดำเนินการแนวนี้ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพและข้อเท็จจริง ต้องให้เป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วย ไม่เช่นนั้นจะทำให้เสียกำลังใจ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็จะเอาออกมาจากพื้นที่ก่อน ซึ่งการเกี่ยวข้องอาจไม่เกี่ยวโยงผลประโยชน์ อาจปฏิบัติหน้าที่บกพร่องทำให้เกิดปัญหามาก และตามเงื่อนไขที่คุยในเรื่องซีลชายแดนสามส่วน ถ้าไม่ชัดเจนว่าจะทำไหวก็ให้แจ้งมา แต่ถ้ายืนยันว่าทำไหวก็ต้องทำให้เกิดผล เพราะกระบวนการนี้มีทั้งคุณและโทษ แต่ไม่ได้มุ่งหมายว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายผิด แต่ต้องรับผิดชอบในพื้นที่ที่ดำเนินการอยู่”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร
'พิพัฒน์' เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
'ซูเปอร์จี' ลั่นไม่ท้อหลังเจอดรามาสารพัด
'ศุภจี' เร่งหาตลาดใหม่รองรับกุ้งไทย หลังมาเลเซียระงับนำเข้า ยันบริหารจัดการได้ ลั่นไม่ท้อ หลังเจอดรามาเยอะ พร้อมปรับปรุงการสื่อสาร
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข
สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง
'ศูนย์ AOC 1441' ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ไม่มีข้อยกเว้น

