‘มานะ’ ชี้คอร์รัปชันเลวร้ายลงทุกวัน เหตุมี ‘ผู้นำ ‘ ที่ธรรมาภิบาลบกพร่องอยู่มาก

16 ก.พ.2568-นายมานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง คอร์รัปชันจะมากขึ้นในปี 2568 .. เพราะอะไร? ระบุว่า ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น ที่น่าจับตา คือ

1. ปีนี้เศรษฐกิจฝืดเคืองค้าขายลำบาก การจัดซื้อภาครัฐ การให้สัมปทาน/สิทธิการเช่า จึงเป็นที่พึ่งของคนค้าขาย โอกาสวิ่งเต้นเรียกรับสินบนย่อมสูงตาม

2. การเมืองปี 68 จะร้อนแรงขึ้น” ตามคำกล่าวของนายวันนอร์มูหะหมัด ประธานรัฐสภา เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะธรรมชาติของการเมืองเมื่อไม่มั่นคงในอำนาจ พวกเขามักเร่งกอบโกยผลประโยชน์ วางคนวางเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเป็นฐานในอนาคต

3. การเมืองแบบซื้อเสียงภายใต้อิทธิพลของบ้านใหญ่ – นายทุนพรรค กำลังเบ่งบาน มีการตอบแทนและถอนทุนแบบไม่เกรงใจใคร!!

4. รัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ส่งผลลบให้เจ้าหน้าที่รัฐนิ่งเฉย แต่เครือข่ายคนโกงฮึกเหิม การที่ ป.ป.ช. พูดว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญแก้ทุจริตไม่พอ” (งานแถลงข่าว CPI 2024) ถือเป็นคำพูดที่เกรงใจกันเกินไป

เขาจะโกงแบบไหน? ..

ถ้าโกงเล็กโกงน้อย โกงจัดซื้อจัดจ้าง เรียกรับสินบนตามหน่วยงานรัฐแบบที่เห็นๆ กันอยู่ ก็คงเป็นแบบเดิม แต่ถ้ากินคำโต โกงเป็นขบวนการใหญ่ โกงเมกะโปรเจค คอร์รัปชันเชิงนโยบาย คอร์รัปชันทางการเมือง ประชาชนอย่างเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลย

เพราะโจรปล้นชาติจะโกงเป็นเครือข่ายร่วมกับ “คนใน” ที่รู้กฎระเบียบ รู้ทุกแผนงานของรัฐ เขียนนโยบายเอง ตั้งงบประมาณเอง เลือกโครงการเอง ทำให้วางแผนชั่วพลิกแพลงได้เป็นอย่างดี ใช้อำนาจเล่ห์กลปกปิดไม่ให้ชาวบ้านล่วงรู้ความจริง

หากเรื่องแดงขึ้นมาก็ช่วยกันเฉไฉ ดึงให้เรื่องเงียบ บ้างก็โยนเรื่องไปมาจนชาวบ้านงุนงง อย่างกรณีตัดไฟฟ้าและโทรศัพท์พื้นที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตรงข้ามชายแดน

คนไหนบาปหนักถูกจับได้ก็มีคนช่วยเคลียร์คดี

.. เรื่องแบบนี้คนไทยเห็นจนเบื่อเต็มทนแล้ว

ผู้นำกับปัญหาคอร์รัปชัน ..

การที่คอร์รัปชันเลวร้ายลงทุกวัน เพราะเรามี “ผู้นำที่ธรรมาภิบาลบกพร่อง” อยู่มาก คือขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี ถ้าไม่โกงเองก็ปิดตาข้างเดียวไม่รับรู้พฤติกรรมคนรอบข้าง นิ่งเฉย ลอยตัว เมื่อถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบก็อ้างง่ายๆ ว่าตนให้นโยบายไปแล้ว หรือโยนเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.

“ผู้นำ” ในที่นี้เหมารวมผู้นำทุกภาคส่วน เพราะแท้จริงแล้วคือ ผู้รับใช้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี กรรมการองค์กรอิสระ ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการ ผู้ว่าการ กรรมการและผู้บริหารทุกหน่วยงาน ฯลฯ เพราะทุกคนล้วนมีอำนาจ หน้าที่ กินเงินเดือน โบนัส เบี้ยประชุมและผลประโยชน์จากรัฐ

ทุกคนจึงต้องรับผิดชอบให้สมกับความคาดหวังและไว้ใจของประชาชน

บทสรุป ..คอร์รัปชันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2568 เพราะไม่มีปัจจัยที่จะดึงให้คอร์รัปชันน้อยลงเลย นอกจากความตื่นตัวภาคประชาชนและภาคเอกชน ดังนั้นเราคนไทยต้องไม่ทนดูใครคดโกงบ้านเมือง โดยไม่ทำอะไรเพื่อลูกหลาน ขอบอกกล่าวถึง ผู้นำทั้งปวง หากรักชาติ จงอย่า “โกงความหวังของประชาชน” อย่ารอให้โดนด่าประณามแล้วค่อยขยับ เพราะความเชื่อมั่นสร้างไม่ง่ายครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว

'จาตุรนต์' ชี้เงินกู้ 4 แสนล้าน เครื่องวัดวิสัยทัศน์ 'ผู้นำ' ข้องใจใช้ครบตอบโจทย์วิกฤตจริงไหม

สส.อ๋อย บอกเงินกู้ก้อน 4 แสนล้านจะเป็นเครื่องวัดผู้นำ มองเห็นวิกฤตของโลกและของประเทศแค่ไหน มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จริงหรือไม่

'เด็กส้ม' เลกเชอร์ 'ดร.เชน' อย่าตัดทอนปัญหาโกงแค่เรื่องปากท้อง  

“วิสุทธิ์”  งัดข้อมูลสวน “ยศชนัน” บอกการคอร์รัปชั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อย่าตัดทอนปัญหา ชี้ความมุ่งมั่นทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกไม่ใช่แค่ปากท้อง