ป.ป.ช.ลุยสอบ เจ้าหน้าที่รัฐ ปมเอี่ยวสินบนนำเข้ารถหรูเป็นเท็จต่อ พร้อมจำหน่ายคดีอาญา “อดีตผกก.โจ้” เหตุเสียชีวิตแล้ว ส่วนคดีร่ำรวยผิดปกติ ศาลพิจาณาต่อได้ เผย รับคำร้องญาติขอให้สอบ จนท.ราชทัณฑ์กลั่นแกล้ง
19 มีนาคม 2568 - นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีร่ำรวยผิดปกติ และคดีอาญาของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ อดีตผู้กำกับโจ้ ว่า ในส่วนคดีร่ำรวยผิดปกติอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แม้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ จะเสียชีวิตแล้ว แต่ในส่วนคดีร่ำรวยผิดปกติเป็นคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือคดีทางแพ่ง ศาลสามารถพิจารณาดำเนินการต่อได้
ส่วนคดีที่ต่อเนื่องจากคดีร่ำรวยผิดปกตินั้น จากการไต่สวนพบว่า ทรัพย์สินส่วนหนึ่งได้มาจากเงินรางวัลสินบนนำจับนำเข้ารถหรูจากกรมศุลกากร และสำแดงนำเข้ารถอันเป็นเท็จ ซึ่งคดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการไต่สวนกรณีการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องสินบนว่า มีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
แต่ในส่วนคดีอาญาของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เมื่อเสียชีวิตแล้วก็จำหน่ายคดีออก จะเหลือเพียงการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับรางวัลสินบนอันเป็นเท็จจากกรมศุลกากร โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรื่องสินบนรางวัลนำจับรถนำเข้าอันเป็นเท็จมีรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะมีการกระทำหลายกรรมต่อเนื่องหลายปี ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการเบิกจ่ายอีกสักระยะหนึ่ง
เลขาธิการ ป.ป.ช. ยังกล่าวถึงกรณีครอบครัวของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ มาร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กลั่นแกล้ง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ว่า มีผู้มาร้องเรียนให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ซึ่งในการร้องเรียนระบุว่า มีพฤติกรรมที่มีการกลั่นแกล้ง พ.ต.อ.ธิติสรรค์หลายกรณี โดย ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้พิจารณา อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้ถึงขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวน แต่เจ้าหน้าที่สามารถลงไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงเรียกพยานบุคคลมาชี้แจงเพื่อให้ทราบว่า เรื่องที่มีการร้องเรียนมีมูลหรือไม่ ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของ ป.ป.ช.
เมื่อถามว่า หากผลชันสูตร พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ออกมาแล้ว จะต้องเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบด้วยหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า ต้องดูว่าประเด็นที่เราตรวจสอบกับเรื่องการชันสูตรเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ การชันสูตรเป็นเรื่องของการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตว่า ถูกทำร้ายจนตายหรือไม่ ส่วนที่มีการร้องเรียนมายัง ป.ป.ช.นั้น เป็นเรื่องของการกลั่นแกล้ง ไม่ได้เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างเดียว ป.ป.ช.จึงต้องพิจารณาหลักฐาน แต่เรื่องการชันสูตรก็อาจจะเป็นหลักฐานหนึ่งที่พนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้ทางพนักงานสอบสวนส่งมาประกอบการพิจารณาในเรื่องที่มีร้องเรียนเข้ามา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สส.ภูมิใจไทย ตีปี๊บผลงานจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้ทุจริตกันมานานแต่เพิ่งจับได้ครั้งแรก
ปธ.กมธ.ท้องถิ่น และ ปธ.กมธ. ปปช. แท็กทีม จ่อเรียก สถ.-มศว แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น สัปดาห์หน้า หลังเกิดความเสียหายทะลุ 4.5 พันล้านบาท ขณะที่ "อาสพลธ์" ขอบคุณ ป.ป.ช.-ตร.ปปป. หลังเป็นคนแรกยื่นสอบ จนทลายโกงสำเร็จเป็นครั้งแรกสำเร็จ และคืนความเป็นธรรมให้ลูกชาวบ้านที่หวังเป็นขรก.
ป.ป.ช. แถลงจับโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
ป.ป.ช.แถลง ทลายขบวนการโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น จ่อสาวยันต้นตอ ลั่น ใครได้บรรจุแล้วก็ไม่รอด ฟันวินิยย้อนหลังได้ คาดมูลค่าเสียหาย 4.5 พันล้าน
เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว
ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว
ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

