"อนุทิน" แถลงผลการประชุมหลังครบ 7 วันการตรวจสอบตึก สตง.แห่งใหม่ถล่ม เผยต้องใช้เวลาหาสาเหตุเชิงวิศวกรรมโดยละเอียด เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมย้ำ กฎหมายไทยกำหนดมาตรฐานของอาคารทั่วประเทศสูงมาก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
4 เมษายน 2568 - เวลา 18.50 น. ที่โถงชั้น 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังจากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารสตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักรถล่ม โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายพิศุทธิ์ สุขุม วิศวกรใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคาร สตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักรถล่ม ซึ่งได้มาประชุมหลังจากครบ 1 สัปดาห์ตามกรอบที่เราได้วางไว้ว่าเราจะพยายามหาสาเหตุ แต่ด้วยสภาพหน้างานที่เจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานกอบกู้ชีวิตยังดำเนินอยู่ การที่ไปเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อไปทดสอบอะไรต่าง ๆ ยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น 7 วันที่ผ่านมา การจะหาสาเหตุที่สรุปได้เลยว่า ทำไมตึกนี้ถล่มยังไม่สามารถสรุปได้ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ สาเหตุเบื้องต้นที่เป็นสารตั้งต้นนำไปสู่การตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป ในทางวิศวกรรมก็ไปดูที่เรื่องแบบ ซึ่งต้องใช้เวลา แล้วต้องไปทำโมเดลขึ้นมา ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อความมั่นใจ แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ ขอให้มั่นใจว่ามาตรฐานทางวิศวกรรมที่มีการกำหนดแบบตามกฎหมายที่จะต้องมีค่าแผ่นดินไหว ค่าสั่นสะเทือนต่าง ๆ กฎหมายตั้งเกณฑ์ไว้สูงมาก และการออกแบบอาคารในประเทศไทยตอนนี้มีความทนพอต่อแผ่นดินไหว
นายอนุทิน กล่าวถึงกรอบระยะเวลาซึ่งในการตรวจสอบเชิงวิชาการ เชิงวิศวกรรมในเรื่องของการหาสาเหตุ ต้องหาโดยละเอียด ซึ่งปกติคอลิฟท์จะอยู่ตรงกลาง แต่ตึกนี้ถูกออกแบบคอลิฟต์ไปอยู่ข้างหลัง มันก็ส่งผลให้เกิดการบิดได้ การใส่พวก Safety Factor ต่าง ๆ เราต้องไปตรวจสอบว่า เขา ใส่เพียงพอหรือเปล่า ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ออกแบบด้วย ก่อนจะกล่าวหาใครก็ต้องไปคำนวณแต่ละชั้น ๆ ว่าออกแบบ และใส่ Safety Factor ถูกต้องหรือไม่ แรงต่อต้าน แรงบิด แรงต่อต้านแรงเฉือน และแรงต่อต้านแรงทุกอย่างที่มี ได้ทำถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นเดือน
นายอนุทิน กล่าวถึงเรื่องการเยียวยาว่า ได้แจ้งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้หาแนวทางการยกเว้นหลักเกณฑ์ เพราะเมื่อวานได้รับรายงานมาว่า ถ้าตามกฎหมาย กรณีเสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยา 29,000 บาท กรณีบาดเจ็บ 4,000 บาท ซึ่งพอได้ยินตัวเลข ตนได้บอกอธิบดีให้ไปหาวิธีเยียวยาให้เหมาะสมมากกว่านี้ เพราะกฎหมายที่ใช้อยู่อาจจะเป็นกฎหมายเก่า นอกจากนี้ ตนได้หารือกับท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง และแจ้งให้ท่านได้ทราบว่า แบบนี้รับไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องของงบช่วยเหลือฉุกเฉินอะไรต่าง ๆ นานาที่ผ่านมา ตัวอย่างกรณีน้ำท่วมเชียงรายบ้านเรือนเสียหาย ยังชดใช้เป็นหลัก 50,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งบ้านตั้ง 50,000 บาท แต่นี้เป็นเรื่องชีวิตคน โดยจะเร่งหาช่องทางการช่วยเหลือให้มากที่สุด
ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้หาข้อมูลภาคสนามให้ได้มากที่สุด แต่สภาวะตอนนี้ เรายังไม่สามารถทำได้ที่เต็มที่ แต่ก็ได้ย้ำกับหน้างานว่า วัสดุเส้นเหล็กที่เราต้องการเก็บต้องอยู่ในเนื้อคอนกรีต ไม่ใช่เหล็กที่เราเหยียบย่ำแล้วเสียรูปไปแล้ว ในห้วงเวลานี้ยังอยู่ระหว่างการกู้ชีวิตคน เรายังเอาวัสดุลงมาไม่ได้ ต้องใช้เวลาอีกระยะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
ขู่ไร้ผลงานปรับออก ‘อนุทิน’บี้ครม.ใหม่ลุยทันที พรรคส้มสู้ยิบตาคดี44สส.
"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่
134 ปีมหาดไทย! อนุทินลั่นสืบสานปณิธาน 'บำบัดทุกข์ บำรุงสุข'
'ครบรอบ 134 ปี' วันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 1 เมษายน 2569 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณองค์ปฐมเสนาบดี สืบสานปณิธาน 'บำบัดทุกข์ บำรุงสุข'
เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.
หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
9-10 เม.ย.นี้ 'อนุทิน' นำ ครม.ชุดใหม่ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
การแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ได้มีการปรับเปลี่ยน จากเดิมวางไว้วันที่ 7-9 เม.ย. แต่เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกำหนดการนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่

