
7 เม.ย. 2568 – นพ.วรงค์ เดขกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เตือนกรรมการแพทยสภาระวังโดนมาตรา 157 การที่แพทยสภา มีประกาศคณะกรรมการบริหารแพทยสภา ลงวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีความพยายามประวิงเวลา ผลสอบสวนความผิดจริยธรรมของแพทย์ที่รักษานักโทษหรือไม่
ข้อสงสัยดังกล่าว จึงนำไปสู่การสืบค้น อำนาจหน้าที่ ตลอดจนขั้นตอนต่างๆ ตามข้อบังคับฯแพทยสภา ว่าด้วยการพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2563 และพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม 2525 มีข้อสังเกต
1.คณะกรรมการบริหารแพทยสภา ที่ประกาศในนามแพทยสภา ลงวันที่ 3 เมษายน 2568 พบว่าไม่มีหน่วยงานนี้ในพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
ที่สำคัญคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งประกอบไปด้วยคณะบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และอีกหลายตำแหน่งล้วนมีประสบการณ์ เป็นผู้แต่งตั้งอนุกรรมการต่างๆ ต้องร่วมรับผิดชอบ และตอบคำถามในรายละเอียด
1.1 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแพทยสภา ตามที่ได้ออกประกาศในวันที่ 3 เมษายน 2568 ใช่หรือไม่
1.2 มีข้อบังคับของแพทยสภา ที่มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริหารแพทยสภา ตามประกาศ 3 เมษายน 2568 และสามารถออกประกาศในนามแพทยสภา และมีผลเป็นคำสั่งทางการปกครอง ใช่หรือไม่
1.3.คณะกรรมการบริหารแพทยสภา ประกอบด้วยบุคคลใด มีจำนวนกี่คน
1.4 การที่ไม่มีการลงนามในประกาศของคณะกรรมการบริหารแพทยสภา คณะกรรมการบริหารแพทยสภามีเหตุผลใด
อย่างน้อยคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งรวมถึงคณบดีคณะแพทยศาสตร์ทั้งหมด ต้องออกมาทำความเข้าใจต่อสังคม ก่อนที่องค์กรนี้จะเสื่อมลง
2.เมื่อไม่มีกรรมการบริหารแพทยสภาตามกฏหมาย และมีการประกาศ โดยใช้ชื่อดังกล่าว ย่อมมีคำถามตามมาว่า ประกาศกรรมการบริหารแพทยสภา ลงวันที่ 3 เมษายน 2568 เป็นประกาศที่ไม่ชอบหรือไม่
3.ตามข้อบังคับฯแพทยสภา ว่าด้วยการพิจารณาจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2563 และพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม 2525 อนุกรรมการสอบสวน มีอำนาจดำเนินการด้วยตนเอง และเสนอต่อกรรมการแพทยสภา ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องรายงานต่อกรรมการบริหารแพทยสภา ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่มีตามกฏหมาย
4.ตามขั้นตอน ถ้าครบกำหนดเวลา 180 วัน ที่ได้รับเรื่องจากเลขาธิการ อนุกรรมการสอบสวน ควรรายงานต่อ กรรมการแพทยสภาเพื่อพิจารณา ถ้ามีเอกสารเพิ่มเติม ที่จะต้องขยายเวลา ต้องเสนอเรื่องขยายเวลาจากกรรมการแพทยสภา ไม่ใช่รายงานต่อกรรมการบริหารแพทยสภา ซึ่งไม่ใช่องค์กรตามกฏหมาย
5.จากการที่ประธานอนุสอบสวน (ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี) เคยแจ้งผ่านสื่อว่า การสอบสวนเสร็จแล้ว 99.99 % แต่มีการประกาศเลื่อน เสนอผ่านขั้นตอนที่สังคมแคลงใจ จึงเกิดคำถามตามมาว่า มีการประวิงเวลาหรือไม่
สิ่งที่กรรมการแพทยสภา โดยเฉพาะท่านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ทั้งหลาย ต้องพิจารณาว่า การที่อาจารย์อมร ไม่นำเรื่องการพิจารณาจริยธรรมแพทย์ในเรื่องเกี่ยวข้องกับ นายทักษิณ ชินวัตร เข้าที่ประชุมของคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ในวาระที่ได้บรรจุไว้แล้ว ในวันที่ 10 เมษายน 2568
ท่านจะต้องตอบ สมาชิกแพทยสภา สังคมประชาชนคนไทยว่า อาจารย์อมร สมควรต้องนำเรื่องนี้ เข้าประชุมตามวาระของคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่ ในวันที่ 10 เมษายน 2568 ให้คณบดีมีส่วนร่วมในการพิจารณาหรือไม่
แล้วจะมีมติของที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหญ่จะออกมาอย่างไร คือความรับผิดชอบของกรรมการแพทยสภาซึ่งมีคณบดีคณะแพทยศาสตร์ทุกๆ คณะร่วมด้วย
เนื่องจากเรื่องดังกล่าว ได้รับความสนใจจากประชาชน อนุกรรมการและกรรมแพทยสภา จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะข้อมูลที่ออกมา พวกท่านมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ของประมวลกฏหมายอาญา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วรงค์' ค้านจ้างอาสาพยาบาล 7,256 ตำแหน่ง ซัดใช้งบซ้ำซ้อน 'ผลาญภาษี'
หัวหน้าพรรคไทยภักดีตั้งคำถามโครงการอาสาพยาบาลชุมชนของกระทรวงสาธารณสุข ชี้ซ้ำซ้อนกับ อสม. กว่า 1 ล้านคน พร้อมเสนอให้นำงบประมาณไปบรรจุพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุข
'แทนคุณ' ร้อง กมธ.ปปช. สอบกรมฝนหลวงซื้อเครื่องบิน 1.1 พันล้าน ส่งมอบล่าช้าแต่รัฐไม่ได้เงินค่าปรับ
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ยื่นหนังสือต่อนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ในฐานะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. เรื่อง กรณีทุจริตการจัดซื้อเครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
หมอวรงค์ แนะ 'คลัง' แก้ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คืนสิทธิ์คนเก่าที่เคยได้รับก่อน ชี้ยื่นอุทธรณ์ไม่ง่าย
หมอวรงค์เสนอทางออก ปมร้อนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การให้คนจนไปอุทธรณ์สิทธิ์ไม่ง่ายเลย อาจทำให้เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง
'แพทยสภา' เตรียมชง 8 ประเด็นสำคัญปฏิรูป สปสช. เสนอวงสัมมนา กมธ.ฯวุฒิสภา พิจารณา
เลขาฯแพทยสภา เตรียมร่วมสัมมนาเชิงนโยบายระดับประเทศ เรื่อง การปฏิรูประบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
อย่าอินมาก! นักวิชาการชี้ ภาพ 'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดนีเซีย แค่สีสันการเมือง เผย 'ปราโบโว' เพื่อนเก่าทักษิณ พบกันไม่ใช่แปลก ย้ำ นานาชาติเข้าใจ นายกฯ-รัฐบาล ผู้มีอำนาจตัวจริง
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การพบกันระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ภาพที่ออกมา เป็นสีสันการเมืองเท่านั้น
'ธนพร' ซัดขบวนการไอโอ สร้างกระแสอวย 'ทักษิณ' เคลมผลงานปิดดีลกุ้งไทยกับมาเลเซีย
นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างกระแสจากผู้สนับสนุนทางการเมืองเท่านั้น

