‘อดุลย์’ แนะ ‘ทักษิณ’ ทำเพื่อแผ่นดินสลายความขัดแย้ง

อดุลย์” แนะ”ทักษิณ”ทำเพื่อแผ่นดิน สลายความขัดแย้ง สร้างความสามัคคีของคนในชาติ ดันร่างกม.นิรโทษกรรม  หนุน “แพทองธาร” ปรับครม.สร้างนวัตกรรมใหม่ไม่ยึดโควตานำบุคคลมีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยรัฐบาล รู้จักใช้คนให้เป็นเหมือน “พล.อ.เปรม”  ชี้งบฯ 69 ไม่ตอบโจทย์ เหตุประเทศใกล้”รัฐล้มเหลว”

1 มิ.ย. 2568 -นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์  ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมือง ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  ว่า  ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาด้านงบประมาณ งบฯปี 69  วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ถือว่าจำนวนมาก แต่มีปัญหาด้านการจัดสรรงบประมาณไม่ตรงเป้าหมาย ไม่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีการคอร์รัปมาก ซึ่งต้องขอบคุณทุกลุ่มผู้ห่วงใยประเทศไทย ที่มองเห็นร่วมกันว่าประเทศกำลังจะกลายเป็นรัฐล้มเหลว (failed state) หากฝ่ายการเมืองยังทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เลิก พยายามล้มอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง ประกอบกับสงครามเศรษฐกิจ ส่งผลโกลาหลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและรุนแรง ทุกประเทศต้องเอาตัวรอด มิเช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อนสาหัส โครงสร้างของสังคมวิกฤตทุกด้าน การคอร์รัปชันที่กัดกินประเทศเหมือนมะเร็งร้าย กฎหมายเด็ดขาดไม่ถูกนำมาใช้ “รัฐล้มเหลว” เริ่มปรากฏร่องรอย

“ดังนั้นถึงเวลาต้องมีการปรับเปลี่ยนบุคคลากรในการบริหารบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและเฉียบพลัน เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก เช่น การปรับย้ายบุคคลผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับงานเฉพาะหน้ามาทำหน้าที่โดยยึดหลัก ใช้คนให้ถูกกับงาน หรือ  “Put the right man on the right job” ไม่ยึดโควตาพรรคการเมือง เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ ก่อนจะสายเกินแก้”

นายอดุลย์ กล่าวว่า  รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯคนแรก ที่ขาดประสบการณ์ทางการเมืองและไม่เขี้ยวลากดินเหมือนอดีตนายกฯที่ผ่านมา ที่ไม่เคยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง อยากให้ถือโอกาสนี้สร้างบรรทัดฐานให้กับนายกฯคนต่อไป ด้วยการสร้างน”วัตกรรมทางการเมือง” ขึ้นใหม่ โดยเลิกระบบโควตาพรรคร่วมรัฐบาลเด็ดขาด แล้วเสริมบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขามาร่วมบริหารช่วยชาติในยามวิกฤต รู้จักเลือกใช้คนให้เป็น เช่นเดียวกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯและรัฐบุรุษ  และปรับเปลี่ยนกระบวนการยุติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง กำจัดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด และพัฒนาพลเมืองให้มีคุณภาพเพื่ออนาคต

นายอดุลย์  ระบุว่า  รัฐมนตรีที่รัฐบาลต้องรีบเปลี่ยน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ  มหาดไทย  ศึกษาธิการวัฒนธรรม เนื่องจากเจ้ากระทรวงไม่มีวิสัยทัศน์ ทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน สำหรับกระทรวงมหาดไทย เจ้ากระทรวง ละเว้นหน้าที่ อุ้มของเหม็นไม่ทำตามคำพิพากษา ”คดีเขากระโดง” ซ้ำร้าย พรรคการเมืองที่สังกัด ยังเกิดคดีอื้อฉาว ฮั้ว สว.เป็นที่ประจักษ์ไปทั้งแผ่นดิน ต้องใช้คนกล้ามาควบคุมล้างระบบเดิมที่ชั่วร้ายไม่เห็นหัวประชาชน

“อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่าการจะเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองครั้งใหญ่ได้ต้องอาศัยผู้มีอำนาจบารมี นั่นคือ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร  แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของรัฐบาลชุดนี้ ในโอกาสที่ได้พระราชทานให้กลับสู่แผ่นดินแม่เป็นบุคคคนเดียวในประวัติศาสตร์ไทยที่ได้รับพระราชโอกาศโดยตรง ท่านมีทรัพย์สินมหาศาล มีตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดแล้ว บารมีครบถ้วนยากที่ใครจะเสมอเหมือน แต่สิ่งที่ขาดในชีวิตควรมีคือความเป็นรัฐบุรุษ ท่านมีความนิยมจากประชาชนแม้ค่อนประเทศ ขณะเดียวกันก็มีคนไม่ถูกใจอยู่ครึ่งประเทศเช่นกัน เหตุใดเล่าจึงไม่ใช้ความเป็นอัจฉริยะของท่านทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในชีวิต”นายอดุลย์ กล่าว

 ประธานญาติพฤษภา’35 กล่าวอีกว่า โอกาสที่ได้รับพระราชทานครั้งนี้ ท่านสามารถทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง เหมือนอดีตครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยเป็นผู้นำอาเซียน การสลายความขัดแย้ง สร้างความสามัคคีของคนในชาติ จึงเป็นภาระหน้าที่หลัก ที่ต้องทำไม่สามารถหลีกเลี่ยงโดย ด้วยการเร่งผลักดันนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง 4 ฉบับ  ที่ค้างการพิจารณาอยู่ในสภาฯ เพื่อความสามัคคีของคนในชาติ สร้างคุณประโยชน์ให้แผ่นดินแม่สมดังเจตนารมณ์ ด้วยเวลาที่จำกัดของชีวิต ขอให้พิจารณา ไตร่ตรอง ก่อนจะสายเกินไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบนะ! 'สุริยะ' เผยปิดดีลกุ้งกับมาเลเซียด้วยตัวเอง 'ทักษิณ' ไม่เกี่ยว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตน

นักวิชาการชี้ "ทักษิณ" เดินสายต่างประเทศ หลายชาติให้การต้อนรับในฐานะเพื่อน-อดีตผู้นำ ไร้นัยยะเชิงอำนาจ เชื่อรัฐบาลไม่ติดใจ เหตุอำนาจบริหารอยู่ที่รัฐบาล

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

‘เท้ง’ ชี้ 3 นายกฯ ตระกูลชิน เดินสายอาเซียนไม่เสียหาย หากช่วยประชาชนได้

‘ณัฐพงษ์’ ชี้การเคลื่อนไหวของ ‘ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์’ พบผู้นำอาเซียน เป็นเรื่องดีหากเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แต่ย้ำผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องใช้อำนาจให้รวดเร็วขึ้น พร้อมเรียกร้องเข้าตอบกระทู้สดในสภาฯ ตามหน้าที่

'โอฬาร' วิเคราะห์ปมทักษิณเดินสาย เป็นสิทธิ์ส่วนตัว ไร้บทบาทต่อรัฐ ย้ำอำนาจบริหารประเทศเป็นของรัฐบาลตามรธน.

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นกรณีการเดินทางไปต่างประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร

'อนุทิน' ไม่ติดใจ 'ทักษิณ' พบผู้นำอาเซียน ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่โยงการเมือง

นายกฯ ยืนยันไม่เห็นความผิดปกติกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” เดินสายพบผู้นำมาเลเซียและอินโดนีเซีย ระบุอดีตผู้นำย่อมมีมิต