11 มิ.ย.2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “ทักษิณ-ฮุนเซน ความเหมือนที่ต่างกัน” ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณเขตชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่ประเทศไทย มีรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประเทศกัมพูชามีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอกฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรี คงไม่มีใครคาดคิดว่า ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศจะเกิดขึ้น เพราะผู้นำทางการเมืองทั้ง 2 ประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ดี เป็นปึกแผ่นกัน พึ่งพาอาศัยกันมาโดยตลอด ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับการเมือง 2 ประเทศนี้ดังนี้
1.ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตระกูลนี้ ถือว่าครอบครัวชินวัตรกับครอบครัวฮุนเซนสนิทสนมเหมือนกับครอบครัวเดียวกัน มีสายสัมพันธ์เกี่ยวดองกัน พึ่งพาอาศัยทางการเมืองกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทางการเมืองกันมาโดยตลอด ตั้งแต่ระบอบทักษิณถูกการรัฐประหาร
2.มีการวางระบบการเมืองสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูก หรือที่เรียกกันว่า การสืบสันดานทางการเมืองกัน สมเด็จฮุนเซนวางมือทางการเมือง ส่งไม้ต่อให้พลเอกฮุน มาเนตขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผันตัวอยู่เบื้องหลังคุมบังเหียนรัฐบาลกัมพูชา ในขณะที่ประเทศไทยนางสาวแพทองธารขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี นายทักษิณอยู่เบื้องหลังรัฐบาล กำกับครอบงำและครอบครองรัฐบาลนางสาวแพทองธาร
3.การดำเนินกิจการทางการเมืองของสมเด็จฮุนเซนกับนายทักษิณ จะแตกต่างกันตรงที่ สมเด็จฮุนเซนสามารถแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัว กับผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ เห็นจากการแสดงบทบาทของสมเด็จฮุนเซนต่อประเทศไทย เคลื่อนไหวโจมตีแบบไม่เกรงใจ ในขณะที่ฝ่ายไทยทั้งนายทักษิณและนางสาวแพทองธาร แยกไม่ออกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่กล้าตอบโต้ ไม่กล้าพูดจารุนแรง เกรงอกเกรงใจ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า กลัวจะกระทบกับความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ร่วมกันหรือไม่
4.ฝ่ายประเทศกัมพูชา สมเด็จฮุนเซนและพลเอกฮุนมาเนต ได้เคลื่อนไหวปลุกระดมให้ประชาชนมีความรักชาติ คลั่งชาติ ให้เกิดชาตินิยม หวงแหนประเทศชาติ แต่สำหรับประเทศไทย ประชาชนภาคประชาสังคม มวลชนเคลื่อนไหวกดดันในรัฐบาลรักชาติ แสดงท่าทีปกป้องอธิปไตยของชาติ และให้กำลังใจทหาร กองทัพได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ
5.สมเด็จฮุนเซนและพลเอกฮุนมาเนต ประสบความสำเร็จในการใช้สื่อโซเชียลเพื่อขยายผลให้กับประชาคมโลก นานาชาติได้รับทราบข้อมูลว่า ประเทศกัมพูชาถูกรังแกจากประเทศไทย ในขณะที่รัฐบาลไทยประเทศไทย ไม่มีการใช้โซเชียลโต้ตอบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ไม่มีการเรียกเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ มาชี้แจงทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยให้ฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนไหวโจมตีประเทศไทยเพียงฝ่ายเดียว
6.สมเด็จฮุนเซนประสบความสำเร็จการเมืองภายในประเทศ สร้างกระแสให้ประชาชนยอมรับบทบาทของพลเอกฮุนมาเนต โจมตีฝ่ายค้านหรือผู้เห็นต่างรัฐบาล จนประชาชนคล้อยและสนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ประเทศไทย มีประชาชน กลุ่มมวลชนเคลื่อนไหว พร้อมขับไล่รัฐบาล ไม่เอาด้วยกับรัฐบาล กล่าวหารัฐบาลไม่สามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศได้ และไม่ยอมรับการเป็นผู้นำประเทศของนางสาวแพทองธาร
ทั้งหมดนี้คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทางการเมือง ระหว่าง 2 ประเทศ คือไทยกับกัมพูชา ที่มีความเหมือนและแตกต่างกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.JIC แฉเขมรมี 'ทหารผี' ยอดไม่ตรงจริง ย้ำไทยไม่คิดยึดดินแดน
ผอ.JIC เผยเคยจับทหารกัมพูชาปลอมเป็นชาวบ้านแฝงเข้าพื้นที่ 2-3 ครั้ง ชี้ไทยวางกำลังเพื่อป้องกันชาย
ชำแหละ! 5 จุดอ่อน สส. สภาชุดนี้ หนักใจมาตรฐานถดถอย
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จุดอ่อนของ สส.ในสภาชุดนี้" โดยระบุว่า
ผอ.JIC โต้ 'กัมพูชา' นำบทความสื่อฝรั่งเศส ชี้ไทย 'ผู้บุกรุก' ถามกลับใครเริ่มใช้กำลังก่อน
ผอ.JIC ไทย โต้ กัมพูชา นำบทความสื่อฝรั่งเศสชี้ไทย ‘ผู้บุกรุก’ ถามกลับใครเริ่มใช้กำลังก่อน ชี้บทความฝรั่งเศสไม่ใช่คำตัดสินเขตแดน ย้ำต้องแยก ข้อกล่าวอ้าง-ข้อเท็จจริง ลั่นสนธิสัญญา 1904-1907 ต้องอ่านในบริบท ยุคล่าอาณานิคมจบแล้ว ซัดอย่าใช้ประวัติศาสตร์สร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วม 'อยู่ตรงไหน อยู่ตรงนั้น'
กองทัพไทยผุด 'ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติ' วางกล้อง-ไฟเบอร์ออปติกตลอดแนว
กองทัพไทยเสนอโมเดลเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติในพื้นที่สระแก้ว-จันทบุรี ตราด รับจุดที่สร้างรั้วไม่ได้ วางหอตรวจการณ์-เสาสัญญาณทุก 400 เมตร ติดกล้องเชื่อมศูนย์ควบคุม
'อนุทิน' ชี้ป่วนชายแดนใต้ ตอบโต้จนท.รัฐ รุกปราบปรามผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์จับยา-ของเถื่อน
นายกฯ ชี้ทางการรุกปราบผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์ จับยา - ของเถื่อน เป็นเหตุถูกโต้กลับ แจงดูจากรูปแบบไม่หวังชีวิต แต่สร้างสถานการณ์ก่อกวน
จับตา 'ตาเมือนธม-ตาควาย-เนิน 350' กัมพูชาเสริมฐาน บินโดรน ไทยพร้อมรับมือ
จับตาสถานการณ์ “ตาเมือนธม-ตาควาย-เนิน 350” กัมพูชาเสริมฐานที่มั่น วางกำลังแนวถนน K58 บินโดรนตรวจการณ์ พร้อมสร้างบังเกอร์แข็งแรง ขณะที่ฝ่ายไทยเตรียมพร้อมทุกมิติ เฝ้าติดตามความ

