กระตุก 'ทหารกัมพูชา'​ เรียนรู้​จากทหารไทย สมควร 'รับใช้' นักการเมือง​ต่อไปหรือไม่

18มิ.ย.2568 - นายเดชา ศิริภัทร หมอพื้นบ้านจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) เพื่อใช้ทางการแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า

ฮุนเซน​ บอกว่า​ "ในประเทศ​ไทย​ นายกรัฐมนตรี​ ยังไม่มีอำนาจในการเปิดหรือปิดด่านฯ"

...."แต่ในกัมพูชา​ นายกรัฐมนตรี​ มีอำนาจเต็ม​ที่​ (ควบคุม​ได้)​ ตั้งแต่รัฐสภา...และกองทัพ​"
ฮุนเซน​คงผิดหวัง​ ที่นายกรัฐมนตรี​ไทย​ ควบคุม​กองทัพ​ไม่ได้มากเท่ากับนายกฯ​ กัมพูชา
เพราะนายกฯ​ กัมพูชา​เป็นบุตรของฮุน​เซน​ อำนาจควบคุม​กองทัพ​ จึงเป็นของฮุน​เซนด้วย
หากนายกฯ​ ไทยมีอำนาจควบคุม​กองทัพ​ พ่อของนายกฯก็คงเป็นเหมือนฮุนเซน​ นั่นเอง
บังเอิญ​ พ่อของนายกฯไทย​ สนิทสนมแนบแน่น​ (เป็นดอง)​ กับฮุน​เซน​ เรื่องนี้จึงเข้าใจได้

... ว่า​ หากนายกฯไทยควบคุม​กองทัพได้​ ฮุนเซนก็จะบอก​พ่อของนายกฯไทย​ ให้เปิดด่าน
เสียดายที่ไทย​ ไม่เหมือนกัมพูชา​ เพราะกองทัพไทยมี "จอมทัพ" ที่ทหารเคารพสูงสุด
นั่นคือ​ พระเจ้าอยู่หัว​ (พระราชา)​ ดังคำกล่าวของ​ "บิ๊ก​แดง" (พลเอก​ อภิรัช​ต์​ คงสมพงษ์)
ความจริง​ กัมพูชา​ก็มี​ "พระราชา" แต่ไม่ทราบว่า​ จะทรงได้รับตำแหน่ง​ "จอมทัพ" หรือไม่
หรือว่า​ "พระราชา" ในกัมพูชา​ ถูกอำนาจของฮุน​เซนและพวก ควบคุมไว้ ไม่ให้ทำอะไร
หวังว่า​ ทหารกัมพูชา​ คงจะได้เรียนรู้​จากทหารไทยไปบ้างแล้ว ว่าควรวางตัวอย่างไร
และสมควรจะ​ "เชื่อฟัง" และ​ "รับใช้" นักการเมืองกัมพูชา​ อย่างทุกวันนี้​ ต่อไปหรือไม่

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอเดชา' แปลกใจคนส่วนใหญ่ไม่เห็นใจวินจยย.ถูก ตชด.ยิงดับ เมื่อไหร่ 'วงจร​อุบาทว์' จะหมดไป

'หมอเดชา' ยกเหตุ ตชด.ยิงวิน​ จยย.ดับ​ 2​ แปลกใจคนไทยส่วนใหญ่​ 99.9 %ไม่เห็นใจผู้ตาย​ ​ แต่กลับสมน้ำหน้า คงมีข้อสงสัยพฤติกรรมที่เอือมระอาเพราะมีปลอกคอ ผู้คุ้มครองรับส่วย เมื่อไหร่ 'วงจร​อุบาทว์' นี้จะหมดไปเสีย

'อดีตสว.สมชาย' เตือนเสนอความเห็นข้อพิพาทชายแดน ระวัง 'ฮุนเซน' จ้องหยิบเอาไปสู้เวทีระหว่างปท.

อดีตสว. โพสต์ฝากเตือนนักวิชาการและสื่อสารมวลชน ในการนำเสนอความเห็นข้อพิพาทไทย-กัมพูชาอาจทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจา

ทหารกัมพูชาอุบาทว์! อุจจาระใส่รั้วลวดหนาม ยั่วยุทุกรูปแบบ หวังฝ่ายไทยตอบโต้แล้วชิงขยายผล

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าว กล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในวันนี้ว่า ผู้บัญชาการทหารบกได้ย้ำถึงภัยคุกคาม ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบาย และแนวทางดำเนินการของกองทัพบก เพื่อให้การปฎิบัติภารกิจสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน และมีประสิทธิภาพ