
25 ก.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “แพทองธาร จงหยุดปฎิบัติหน้าที่ต่อไป” โดยระบุว่า
ท่ามกลางความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดการปะทะกันและมีการยิงใช้อาวุธสงครามอาวุธหนัก ทำให้เกิดความเสียหายกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งเป็นฝ่ายพลเรือนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนหนึ่ง สร้างความสูญเสียให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำทั้งสองประเทศ จะต้องหาแนวทางเพื่อให้สถานการณ์ยุติลงให้ได้
สาเหตุความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มาจากความขัดแย้งของผู้นำประเทศ จากตระกูลชินวัตรกับตระกูลฮุนเซน จึงนำมาซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างประเทศ โดยมีพี่น้องประชาชน และประเทศชาติตัวประกัน มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชสชนได้รับความเดือดร้อน เมื่อสถานการณ์ลุกลามมาเป็นการปะทะกันใช้อาวุธห่ำหั่นกัน เนื่องจากความอ่อนด้อยของผู้นำรัฐบาลไทยและมาจากความล้มเหลวของนโยบายการต่างประเทศ และนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้
ท่ามกลางความขัดแย้งและความรุนแรง มี สส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ในสภาวะคับขันเช่นนี้ ผมเห็นว่า ทุกหน่วยงานของประเทศควรร่วมมือกันตอบสนองต่อสถานการณ์ เพื่อให้ชาติสามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้อย่างมั่นคง อย่างเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ควรพิจารณายุติการระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เพราะในยามที่ประเทศกำลังเผชิญภาวะสงคราม ผู้นำซึ่งมีอำนาจเต็มย่อมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกประเทศ”
สมาชิกพรรคเพื่อไทย กำลังใช้โอกาสความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากการกระทำของผู้นำประเทศ จนลุกลามมาเกิดเป็นการปะทะและใช้อาวุธใช้ความรุนแรง ยังออกมาเรียกร้องให้ผู้นำประเทศ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ กลับมาทำหน้าที่สั่งการทหารอีก ซึ่งสาเหตุความขัดแย้งระหว่างประเทศ เกิดขึ้นจากการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรี ชื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
จึงไม่มีเหตุผลใดให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกคำสั่งในการหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะประเทศไทยในตอนนี้ จะมีนางสาวแพทองธารปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ การจะมีนางสาวแพทองธารทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี หรือไม่มีนางสาวแพทองธารทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ก็มีค่าเท่ากัน และตอนนี้การปกป้องประเทศปกป้องอธิปไตยของชาติ ให้เป็นหน้าที่ของกองทัพไทย อย่าให้นางสาวแพทองธารออกมาเป็นปัญหาของการทำหน้าที่ของกองทัพไทย ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
ควรให้นางสาวแพทองธารอยู่เฉยๆ และไม่ควรเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกคำสั่งการหยุดปฎิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ชื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อีกเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ
'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'
นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ
ใกล้ออกจากคุก ทักษิณนับวันรอ ไปตรวจสุขภาพ
ใกล้ออกจากคุก! “ทักษิณ” ดีใจ เฝ้านับวันในเรือนจำฯ กว่า 243 วันครึ่ง หลังต้องเยี่ยมผ่านลูกกรงมาตลอด "อิ๊งค์" ระบุพ่อไม่ได้คุยเรื่องเส้นทางการเมืองหลังจากได้พักโทษให้ฟัง
ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น

