กระทรวงมหาดไทยย้ำ “ยังไม่ปลอดภัย” ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 7 จังหวัด แจ้งประชาชนในศูนย์พักพิงอย่าเพิ่งบ้านจนกว่าจะได้รับสัญญาณชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคง พร้อมสั่งยกระดับ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” อย่างเข้มข้น
29 กรกฎาคม 2568 – กระทรวงมหาดไทยออกหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนด้านกัมพูชา 7 จังหวัด เพื่อแจ้งให้ประชาชนผู้อพยพในศูนย์พักพิงชั่วคราว ชะลอการเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัย จนกว่าจะได้รับการยืนยันจากฝ่ายความมั่นคงว่า สถานการณ์ปลอดภัยแล้วโดยสมบูรณ์
สาระในหนังสือราชการดังกล่าว ลงนามโดย ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กระทรวงมหาดไทย มีขึ้นภายหลังการประชุมศูนย์เฉพาะกิจฯ (ศบ.ทก.) ครั้งที่ 22/2568 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งมีมติชัดเจนว่า แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่ยังคงปรากฏ เหตุยิงปะทะตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง หลังเวลา 00.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม
จึงมีคำสั่งให้ ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการระดับจังหวัด ต้องดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง และ ยึดแนวทาง “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม
ทั้งนี้ จังหวัดชายแดนด้านกัมพูชาที่ได้รับหนังสือ ได้แก่ สุรินทร์, ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์, อุบลราชธานี, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด โดยกระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำว่า ทุกจังหวัดต้องดำเนินการแจ้งประชาชน สร้างการรับรู้โดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล ยันไทยยังไม่ตกลงยินยอม ประนอมข้อพิพาททางทะเลตามกฎหมาย UNCLOS
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ว่อนโซเชียล! ชาวกัมพูชาแชร์สนั่นภาพ 'รั้วชายแดน' ไทยเริ่มสร้างที่จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กม.
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทยเดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก หลักเขตที่ 52-54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ระยะทางรวมประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่
'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
เพจดัง ถามดังๆ ทำไมต้องเกรงใจเขมร สร้างรั้วกั้นชายแดนแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว
เฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความว่า ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว

