ไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรักร้อง 'บิ๊กเต่า' สอบเงินบริจาค-ทองคำหายปริศนา

ไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก ร้อง 'บิ๊กเต่า' ตรวจสอบเงินบริจาค 45 ล้าน และทองคำ 40 บาทสูญหาย

07 ส.ค.2568 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายกิตติพันธ์ ปฐมชัยเกียรติ ทนายความและไวยาวัจกรวัดพระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.เพื่อขอให้ตรวจสอบเงินบริจาคของวัดจำนวน 45 ล้านบาท และทองคำหนัก 40 บาท ที่อ้างว่าสูญหายไปอย่างเป็นปริศนา

นายกิตติพันธ์ เปิดเผยว่า เงินและทองคำที่หายไปนั้นอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีต โดยมีนายอำเภอเป็นประธานตามวาระ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ดูแลเงินบริจาคของวัด โดยระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2566 มีการเบิกถอนเงินเกินจากยอดที่คณะกรรมการอนุมัติไปกว่า 45 ล้านบาท และทองคำอีก 40 บาทได้หายไปด้วย

“ผมได้ร้องเรียนไปยังฝ่ายปกครองในจังหวัดแล้ว แต่ไม่ได้รับความคืบหน้าใดๆ อาจเป็นเพราะว่าอดีตนายอำเภอในยุคนั้น ปัจจุบันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดตามลำดับ” นายกิตติพันธ์กล่าว

นอกจากนี้ นายกิตติพันธ์ยังได้ยื่นเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีคำสั่งให้จังหวัดตรวจสอบ แต่จังหวัดกลับส่งเรื่องกลับไปให้อำเภอตรวจสอบเช่นเดิม ทำให้เรื่องยังคงไม่คืบหน้า และเท่าที่ทราบ อดีตนายอำเภอบางคนได้ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่แล้ว

นายกิตติพันธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เงินบริจาคของประชาชนควรนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว และไม่มีการชี้แจงรายละเอียดในการประชุม จึงตัดสินใจมาร้องเรียนกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หวังว่าจะช่วยตรวจสอบและนำเงินบริจาคของประชาชนกลับคืนมา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โคตรแย่ 'นิพิฏฐ์' ฉะตร.เปิดคลิป 'บิ๊กโจ๊ก' ชี้นำผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยไม่สนกติกา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมที่ถูกชี้นำ

'โจ๊ก' ส่งทนายความฟ้อง 'บิ๊กเต่า' หมิ่นประมาทฯ ใส่ความตบลูกน้อง ขู่ดำเนินคดีทุกคน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. มอบอำนาจให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326, 328, 332