
25 ส.ค. 2568 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ศาลต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชน
ในระบบการเมืองที่ต้องการความโปร่งใส แม้การพิจารณาคดีต่างๆ ประชาชนก็ต้องการความโปร่งใส ถ้าการพิจารณาคดีสำคัญ โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ถือว่ามีบทบาทต่อประชาชน ถ้าเปิดโอกาสให้ประชาชนรับฟังและถกแถลง สังคมก็ไม่คลางแคลงใจ
การไต่สวนของศาลฎีกานักการเมือง ในคดีชั้น 14 เป็นตัวอย่างที่ศาลท่านเปิดโอกาสให้ประชาชน สื่อเข้าไปรับฟัง เพียงแต่ไม่ให้บันทึกคำต่อคำเผยแพร่ เกรงว่าจะเสียหาย ต่อการแสวงหาความจริง
หลังการไต่สวนทุกนัด จะมีการนำข้อเท็จจริงที่รับทราบ มาถกแถลงให้ประชาชนได้เรียนรู้ แม้ฝ่ายจำเลย จะพยายามร้องต่อศาลให้ออกข้อกำหนด เมื่อสื่อ รายการทีวี มีการจัดถกเถียงเรื่องดังกล่าว ศาลท่านก็ไม่ได้ออกข้อกำหนด ขั้นตอนการไต่สวนจึงโปร่งใสมาก
ส่วนคดีตามมาตรา 112 โดยปกติแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่ห้ามประชาชน เข้าไปรับฟังการพิจารณาคดี แต่ทำไมคดีที่ว่านี้ ประชาชนสนใจมาก แต่มีการกำหนดเป็นการพิจารณาลับ เมื่อเป็นแบบนี้ ข้อกังขาของประชาชนก็เกิดขึ้น จึงมีข่าวเรื่องถุงขนมหนัก 300 ก.ก. ที่สุพรรณบุรี ???
คดีคลิปเสียงที่คุยกับฮุนเซน ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนโดยทั่วไป ได้รับฟังคลิปเสียงนี้ด้วยตนเอง ประชาชนก็ตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว ซึ่งประชาชนก็อยากรู้ว่า จำเลยในคดีจะชี้แจงอย่างไร ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ามีเหตุมีผล ความรู้สึกของประชาชน อาจเปลี่ยนไปตามข้อมูลที่ได้รับ
ปรากฏว่าศาลท่านมีคำสั่งห้ามเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ จึงไม่แปลกที่คำถามต่างๆ จึงดาหน้าออกมาจำนวนมาก แม้แต่คลิปคำว่า “นั่งลงลูก” หรือ “นั่งลงครับ” จนป่านนี้ก็ยังไม่มีคำชี้แจงจากผู้มีอำนาจว่า คำพูดไหนจริง คำพูดไหนเท็จ มีแต่คนอื่นที่ไม่มีอำนาจชี้แจง แต่ถ้าทำให้โปร่งใสเหมือนคดีชั้น14 ประชาชนได้รับรู้ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เกิดขึ้น
โดยสรุปแล้วคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรทำให้โปร่งใสให้มากที่สุด เพราะคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรง ถ้าทุกอย่างโปร่งใส เปิดเผยให้มากเท่าที่ควรจะเปิดได้ ศาลก็จะได้รับคำชื่นชม แต่ถ้าไม่เปิดเผย ปัญหาก็จะตามมาอย่างที่เห็น ยิ่งตัดสินไม่ตรงกับใจประชาชน บ้านเมืองจะไม่มีที่พึ่ง ทั้งๆ ที่ศาลควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วรงค์' ฟาด 'อนุทิน' เลิกเล่นวาทกรรม 'กำแพง' ประชาชนรอแก้ปัญหาปากท้องอยู่
หัวหน้าไทยภักดี ซัดนายกฯ ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ เลิกเสียเวลาทะเลาะผ่านวาทกรรม ชี้ประชาชนรอแก้ปัญ
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ และกราบนมัสการสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
ฟังเสียงปชช.! 'อนุทิน' ยันคกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางศก.
นายกฯ ระบุ คกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หวังเชื่อมโยง 2 ชายฝั่ง ตะวันตก-ตะวันออก ให้สะดวก ย้ำ รัฐบาลฟังเสียงประชาชนอยู่ตลอด
นายกฯ เรียก 'กลาโหม-บิ๊กราญ' หารือ บอกเรื่องโยกย้ายเหล่าทัพ มอบ 'ปกรณ์' ชงแก้กม.อาวุธปืน
นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคงถก บอกหารือโยกย้ายเหล่าทัพ พร้อมมอบนโยบายทำงาน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ ‘ปกรณ์’ ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ ย้ำสอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการแน่
'อนุทิน' แจงโพสต์ 'วิ่งหัวชนกำแพง' แค่เตือนตัวเอง ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผากบอก 'หัวโน'
’อนุทิน‘ แจงโพสต์ 'วิ่งหัวชนกำแพง' แค่ ‘สอนตัวเอง เตือนตัวเอง’ ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผาก บอก ‘หัวโน’
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า

