10 ก.ย.2568 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ข้อคิดทักษิณติดคุก” ระบุว่า หลังจากศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้นายทักษิณต้องไปจำคุก 1ปี อย่างน้อยสังคมต้องขอบคุณศาล ที่ศาลท่านยังเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และความถูกต้อง
ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจ เพราะมีการโพสต์ของนายทักษิณ ที่มีการอ้างว่า "แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549" ทำให้ประชาชนอาจจะเข้าใจผิดต่อโพสต์นี้
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ การต้องกลับไปติดคุก 1 ปีครั้งแรก นายทักษิณได้มีการยอมรับผิด สำนึกผิด ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม และได้มีพระบรมราชโองการอภัยลดโทษจาก 8 ปีเหลือ 1 ปี
การติดคุก 1 ปีใหม่ครั้งล่าสุดนี้ เป็นเพราะพฤติกรรมของนายทักษิณเอง ที่ทำตัวเหนือกฏหมาย ไม่ยอมติดคุก แต่อ้างว่าป่วยโรคหัวใจ รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ความช่วยเหลือ และนายทักษิณน่าจะไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับรัฐประหารใดๆ และศาลท่านได้มีคำสั่งออกมา
ส่วนข้อกังวลถึงระเบียบการคุมขังในสถานที่คุมขัง นั่นคือเกรงว่าจะเอานายทักษิณไปคุมขังที่บ้าน ในขั้นตอนต่างๆก็ยังไม่ง่ายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะมาตรา89/2 ของ ป.วิอาญา กรณีนำผู้ถูกคุมขังไปคุมขังสถานที่อื่น ระบุว่าผู้ถูกคุมขังต้องจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ที่สำคัญต้องให้ศาลพิจารณาด้วย ไม่ใช่ราชทัณฑ์จะทำได้ตามใจชอบ
ประเด็นสำคัญมาก ที่ศาลท่านชี้ชัดว่า นายทักษิณทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ว่าตนเองไม่ได้ป่วยฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และมีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์จากการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
โดยไม่ต้องกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนได้รับการปล่อยตัว และศาลท่านยังชี้ว่า ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการดำเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่มิได้เกิดจากการกระทำของตัวนายทักษิณ เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่โรงพยาบาลตำรวจมาหักวันคุมขังโทษตามคำพิพากษา
พฤติกรรมของนายทักษิณเช่นนี้ จึงอาจตีความได้ว่า นายทักษิณมีส่วนสนับสนุน เจ้าหน้าที่ให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามความผิดอาญามาตรา157 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของป.ป.ช. ส่วนนายทักษิณถ้าหากมีพฤติกรรมเป็นผู้สนับสนุน ย่อมมีความผิดในฐานะผู้สนับสนุนตามความผิด อาญามาตรา86 อีกคดีหนึ่งหรือไม่ ซึ่งต้องรับโทษ 2 ใน 3
เหตุการณ์นี้ก็ต้องถือว่า เป็นการเตือนสตินักการเมือง ข้าราชการทั้งหลาย ที่ต้องตรงไปตรงมา ต้องอาสามาทำงานเพื่อชาติและประชาชนจริงๆ ส่วนข้าราชการราชทัณฑ์ ที่กำลังดูแลนายทักษิณ ทำอะไรให้คำนึงถึงข้อกฏหมายด้วย เพราะหลายท่านกำลังถูกดำเนินคดีโดย ป.ป.ช.ในคดีช่วยเหลือนายทักษิณ อย่ามาสร้างคดีขึ้นใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
ฟ้าครึ้มแค่นี้…พี่เห็นรถถังแล้วหรือ?
จริงๆ วันอาทิตย์นี้ว่าจะพักซองสักวันครับ ซองน่ะมีเข้ามาทุกวัน แต่คนเปิดมีอยู่คนเดียว
'หมอวรงค์' จี้คืนตำรวจรับใช้ประชาชนไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
'หมอวรงค์' ขอตัดงบสตช. 10% แฉด่านลอยตบทรัพย์ ส่งส่วยซื้อตำแหน่ง คืนตำรวจรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
'หมอวรงค์' ข้องใจรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติเบี้ยแพงที่สุดในโลก!
'หมอวรงค์' ชำแหละงบเยียวยาภัยพิบัติ นายกฯอ้างปีละ 4 หมื่นล้าน แต่จริงเฉลี่ย 9.8 พันล้าน ซัดรัฐบาลทำประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน เบี้ยสูง 20% แพงสุดในโลก หวั่นมีคนหวังคอมมิชชั่น
'หมอวรงค์' แถลงค้านโครงการประกันภัยพิบัติ จ่ายเบี้ยปีละ 1.5 หมื่นล้าน สวนทางตัวเลขเสียหายจริงเฉลี่ยปีละ 5.3 พันล้าน
'หมอวรงค์' เบรกโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดตัวเลขความเสียหายเฉลี่ยปีละ 5.3 พันล. ข้องใจ เอาตัวเลข 4 หมื่นล.มาจากไหน พร้อมจับตาปม 'คอมมิชชั่น' ย้ำ ภัยพิบัติหนักหรือเบา รัฐบาลหนีความรับผิดชอบไม่ได้ แนะ ตั้งกองทุนสะสมเงินดูแลประชาชนเอง
'หมอวรงค์' ซัด 'ไทยช่วยไทยพลัส' เหมือนเลี้ยงไข้ทำเพื่อหาเสียง!
'หมอวรงค์' ซัด 'ไทยช่วยไทยพลัส' เหมือนเลี้ยงไข้ ทำเพื่อหาเสียง จี้รัฐบาล คืนสิทธิบัตรคนจนรายเก่าทุกคน ปูด แผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อเอื้อเงินทอน-นายทุน

