02 ต.ค.2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ไม่ควรทำประชามติ MOU43-44” ระบุว่า ในช่วงที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งตอนหนึ่ง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเรื่องการทำประชามติต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาว่า ในวันเลือกตั้งทั่วไป หลังจากรัฐบาลยุบสภาแล้ว จะมีบัตรลงคะแนน4ใบ คือ ใบที่1 ใช้สำหรับเลือกส.ส.ระบบเขต ใบที่ 2 ใช้สำหรับเลือกส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ใบที่3 ใช้สำหรับทำประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใบที่ 4 ใช้สำหรับการทำประชามติยกเลิก MOU43 และMOU44 ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาเรื่องการใช้บัตรลงคะแนน 4 ใบ จนฝ่ายรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงว่า ประชาชนคนไทยไม่โง่ สามารถแยกแยะได้ว่า บัตรใบไหนใช้เลือกอะไร
ผมไม่ขัดข้องและเชื่อว่าประชาชนคนไทยสามารถแยกแยะได้ ว่าบัตรใบไหนใช้เลือกอะไร แต่ที่ติดใจก็คือ ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติยกเลิก MOU43 MOU44 ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นด้วยจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก แต่ที่ไม่เห็นด้วยประเด็นนี้ก็เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่ควรนำมาทำประชามติด้วยเหตุผล คือ
1.เรื่องMOU43 MOU44 เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง รัฐบาลสามารถจะตัดสินใจเองได้ เพราะMOUทั้ง 2 ฉบับเกิดขึ้น มาด้วยข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้การตัดสินใจของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ จะยกเลิกก็ไม่ควรถามประชาชน รัฐบาลมีอำนาจสามารถยกเลิกได้ เพราะเป็นแค่บันทึกข้อตกลงหรือ MOUเท่านั้น
2.รายละเอียดของMOU มีความซับซ้อน มีความเกี่ยวโยงกับกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับ มีเทคนิคทางกฎหมาย มีเทคนิคทางการเจรจา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะทำความเข้าใจ แม้ว่ารัฐบาลจะให้ข้อมูลกับประชาชนมากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่ประชาชนก็ไม่สามารถจะรู้ลึกไปถึงข้อมูลของ MOU ทั้ง 2ฉบับได้อย่างถ่องแท้
3.รัฐบาลควรใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความยึดโยงกับประชาชน ซึ่งในขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา MOUอยู่แล้ว ที่มีนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นประธานฯ สามารถจะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ รวบรวมข้อมูล ข้อดีข้อเสีย สรุปความเห็นเสนอไปยังรัฐบาลได้ และรัฐบาลสามารถนำไปปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือบทสรุปของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา MOU ได้ในทันที
4.การที่MOU43 MOU44 เป็นบันทึกข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา ได้ทำกันมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ได้ใช้ปฏิบัติมาโดยตลอด ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติจนถึงขั้นต้องยกเลิก ยังไม่มีรัฐบาลชุดใดเคลื่อนไหวยกเลิก MOUทั้ง2 ฉบับ ถ้าหาก MOU ทั้ง 2 ฉบับ มีปัญหาในทางปฏิบัติจริง น่าจะมีการเสนอการยกเลิกบ้างแล้ว
5.รัฐบาลควรจะถามความเห็นจากผู้ปฏิบัติโดยตรง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญา กองทัพไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือคณะกรรมการชายแดน ถ้า MOU43 MOU44 มีปัญหาในทางปฏิบัติ ควรจะยกเลิกหรือควรจะแก้ไข หรือควรจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่
6.ถ้าหากรัฐบาลอยากจะทำประชามติ แต่ MOU43 MOU44 มีความซับซ้อนประชาชนเข้าใจยาก ผลที่ออกมาอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมย์ที่แท้จริง รัฐบาลควรจะใช้โอกาสนี้ทำประชามติเกี่ยวกับการมีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ บ่อนกาสิโน หรือกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งไม่มีความสลับซับซ้อน สามารถถามประชาชนได้ และข้อสรุปเรื่องนี้ก็จะได้เป็นข้อยุติ จะได้ไม่ต้องถกเถียงกันต่อไปว่า ประเทศไทยควรจะมีเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ บ่อนกาสิโนหรือไม่ จะได้ข้อยุติจากประชามติของประชาชน
ผมอยากเสนอความเห็นไปยังรัฐบาลว่า การทำประชามติผมไม่ได้คัดค้าน แต่ถ้าจะทำประชามติเกี่ยวกับการยกเลิก MOU43 MOU44 ต้องมีความรอบคอบมากกว่านี้ และไม่ควรนำไปทำประชามติ ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่า เมื่อยกเลิกแล้วจะมีประโยชน์มากกว่าคงอยู่ ก็จะตัดสินใจยกเลิกได้ เป็นสิทธิ์เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลเห็นว่าเรื่องนี้ควรคงมีต่อไป เป็นเครื่องมือในการเจรจาปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาได้ ก็คงมีอยู่ต่อไป
จึงไม่อยากให้รัฐบาลผลักภาระไปยังประชาชน ที่ไม่รู้ข้อมูลอย่างแท้จริง และจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'บิ๊กเกรียง' ประกาศชัดไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่เดินคู่เลย
'บิ๊กเกรียง' ลั่นไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่ 'นายกฯ' ให้เดินคู่เลย แจงถูกเชิญเข้าพบกินข้าว-หารือปัญหาชายแดนใต้ คุย เป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 'อนุทิน' บินให้กำลังใจช่วงฮ.ตก เป็นคนแรก ไม่เห็นมีใครว่าอะไร
'อนุทิน' โกอินเตอร์! บินไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์พรุ่งนี้
นายกฯ บินฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เป็นตัวเชื่อมความร่วมมือ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

