'อดีตบิ๊กทอ.' แนะศึกษาการสู้รบระหว่าง 'ปากีสถาน' กับ 'อัฟกานิสถาน' เปรียบเทียบไทย-กัมพูชา

17 ต.ค. 2568 - พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า

ปัญหาการสู้รบที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนเกิดขึ้นในหลายๆประเทศที่ตกลงกันไม่ได้และที่เกิดควบคู่กับปัญหาสงครามจำกัดเขตชายแดนไทย/กัมพูชา คือ การสู้รบระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถาน

แต่การสู้รบของปากีสถานกับอัฟกานิสถานนั้นรุนแรงกว่าการสู้รบไทยกับกัมพูชามากนัก และปัญหาชายแดนเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน

ทั้งปากีสถานและอัฟกานิสถานต่างมีปัญหากลุ่มกองโจรก่อการร้ายมีฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณพรมแดนของทั้ง ๒ ประเทศ

และเหตุเกิดขึ้นเมื่อทหารปากีสถานยิงใส่ฐานที่มั่นกองกำลังตาลีบันฝ่ายอัฟกานิสถานที่ปากีสถานกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มกองโจรก่อการร้ายตาลีบันในปากีสถาน จึงสู้รบกันเป็นระยะตั้งปี ๒๐๒๒ และรบกันรุนแรงขึ้นในปลายปี ๒๐๒๔ เรื่อยมาจน ๒๐๒๕ ซึ่งมีการหยุดยิงกันแต่ก็มีการละเมิดข้อตกลง ก็รบกันอีก

เมื่อเร็วๆนี้มีการปะทะกันค่อนข้างจะรุนแรง ทอ.ปากีสถานส่งฝูงบินถล่มกองทัพตาลีบันถึงกรุงคาบูล มีการโจมตีทางอากาศจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญๆเช่นช่องทางผ่านไคเบอร์ Kyber Pass อันเป็นช่องทางบกทางเดียวที่ตัดผ่านหลายเทือกเขาเชื่อมประเทศปากีสถานกับอัฟกานิสถาน ที่ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายตั้งฐานอยู่ปะปนชาวบ้านในชุมชนหนาแน่นมีคนบริสุทธิ์ตายนับสิบๆ

การศึกษาการสู้รบระหว่าง ๒ ชาตินี้รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศต้องศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงการเมือง/การทูตเปรียบเทียบซึ่งตามนัยการสงครามพรมแดนแล้วรุนแรงกว่าการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชามากนัก

แต่ที่มีธรรมชาติสงครามเหมือนกันคือ ฝ่ายกัมพูชาไม่มีกองทัพอากาศเช่นเดียวกันกับอัฟกานิสถานก็ไม่มีกองทัพอากาศ

ข้อสังเกตที่ต้องศึกษา คือ สหรัฐฯไม่แทรกแซง NGO มนุษยชนและสหประชาชาติก็ไม่ได้ให้ความสนใจหรือเพ่งเล็งเป็นพิเศษ แต่มีการขอให้หยุดยิง (ข้อเท็จจริงนี้เป็นข้อตอบโต้พวกโลกสวย พวกตีสองหน้ารักสันติแต่ตำหนิชาติตนเอง)

กองทัพไทย กองทัพอากาศยึดมั่นในหลักสงครามดำรงธรรม Just War ซึ่งเป็นแม่บทของกฎบัตรสหประชาชาติมาตราที่ ๕๑ ว่าด้วยการรบป้องกันตัว ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนพลเรือน

และมีหลักการตามประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์และวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกับกัมพูชาและสำนึกในเรื่องมนุษยธรรม (ความจริงปากีสถานกับอัฟกานิสถานก็มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมละความใกล้ชิดกันคล้ายๆกับไทย/กัมพูชาแต่รบกันรุนแรงกว่า)

แต่ตามตำราพิชัยสงครามแล้วเมื่อรบกันก็ต้องรบกันเต็มที่หวังผลชัยชนะ ถ้าต้องใช้ความรุนแรงก็ต้องใช้ความรุนแรง มันเป็นธรรมชาติของสงครามแต่ทหารไทยจะพิจารณาอย่างรอบคอบ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัวแทนกลุ่มตาลีบัน พบสหภาพยุโรปเป็นครั้งแรกเพื่อหารือเกี่ยวกับการเนรเทศ

แม้ว่ารัฐบาลตาลีบันจะไม่ได้รับการยอมรับจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ แต่ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากรัฐบาลตาลีบันในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันอังคาร เพื่อหารือเกี่ยวกับการอพยพ

ทอ.แจง F16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมรับสถานการณ์ 24 ชม.

จากกรณี โซเซียลมีเดีย โพสต์ข้อความ ระบุว่า F-16 ขึ้นบินกลางดึก ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตุของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย กัม

ทอ.ปรับกำลังอู่ตะเภา ฝึกยิง AIM-9 รับมือภัยคุกคามตะวันออก

กองทัพอากาศทดสอบความพร้อมที่สนามบินอู่ตะเภา รองรับภัยคุกคามด้านตะวันออก พร้อมฝึกยิงจรวดนำวิถี AIM-9 โดยมีเครื่องบินกริฟเพน เอฟ-16 และอัลฟ่าเจ็ท เข้าร่วมภารกิจ

สภาความมั่นคงแห่งชาติ เห็นชอบจัดตั้งศูนย์ควบคุมต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. กล่าวภายหลังการประชุม สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีการพิจารณา 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ แนวทางมาตรการป้องกันแก้ปัญหาเรื่องอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งที่ประชุม สมช.เมื่อปี 68 เคยมีมติมอบหมายกองทัพอากาศ (ทอ.)

กองทัพไทย เปิดแผนตั้งหน่วยใหม่ 'JCC' บัญชาการรบร่วม 4 มิติ บก น้ำ อากาศ ไซเบอร์

พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่า ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถร่วม ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) หรือเทคโนโลยีชั้นสูงที่นำมาวิเคราะห์ตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่แบ่งระดับการทำงาน 3 ระดับ

กองทัพภาค 2 เผย ฐานตามาเรีย 1 ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดกลางป่า ยังไม่มีการปะทะ

กองทัพภาค 2 เผย ฐานตามาเรีย 1 ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดกลางป่า ย้ำไร้ปะทะ ผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายพูดคุย ยันไม่มีการยิงปะทะ