30 ต.ค.2568 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “มติวุฒิสภาเกี่ยวกับปัญหาจริยธรรมในการส่งเรื่องไป ป.ป.ช.” ระบุว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ มีกูรูทางกฎหมายเผยแพร่ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับมติวุฒิสภาที่ส่งเรื่องนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพราะฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีกล่าวพาดพิงถึง สว. หนึ่งว่าเป็นคนขายหมู
ผู้เขียนมีความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายบางข้อดังนี้
1.เมื่อ ป.ป.ช. รับเรื่องและไต่สวนแล้ว หากเห็นว่านางสาวนันทนามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริง ป.ป.ช.จะต้องเสนอเรื่องต่อศาลฎีกา (ไม่ใช่ศาลฎีการแผนกคดีอาญาฯ) เพื่อวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 235(1) และศาลฎีกาได้ออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 มาใช้บังคับแล้ว กรณีไม่เกี่ยวกับอำนาจของศาลฎีกาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 ตามที่กล่าวอ้างแต่ประการใด
2.แม้ข้อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 จะกำหนดจริยธรรมที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการไว้รวม 9 ข้อ (ข้อ 28 ถึงข้อ 36) ก็ตาม แต่จริยธรรมที่วุฒิสภากำหนดเพิ่มเติมมานั้น จะขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญกำหนดไม่ได้ (มาตรา 219 วรรคสอง)
และแม้ว่าข้อบังคับของวุฒิสภาจะกำหนดให้การฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมที่วุฒิสภากำหนดเพิ่มเติมเป็นการฝ่าฝืนอย่างร้าย ก็ไม่มีผลให้ ป.ป.ช. นำมาใช้บังคับเพื่อดำเนินการถอดถอน สว. ออกจากตำแหน่งตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญกำหนดได้
3.หลังจากเวลาผ่านมาร่วมปี คดีฮั้วเลือก สว. กว่า 130 คน (จาก สว. ทั้งหมด 200 คน) และคดี สว. ฮั้วกันลงมติ ยังไม่สามารถเดินทางออกจาก ป.ป.ช. และ กกต. ไปศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยว่า มีการฮั้วกันเลือกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (เลือกกันเองโดยไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม) หรือไม่
และยังไม่สามารถเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า มี สว. (สีน้ำเงิน) ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง (มาตรา 113 ประกอบมาตรา 111(7) ของรัฐธรรมนูญ) หรือไม่
ประเทศชาติจะต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมนเช่นนี้ไปอีกนานเพียงใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตผู้พิพากษา' ถอดรหัส ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง เพิกถอนสิทธิ 10 ปีได้อย่างไร
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์ ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง ถึงขั้นเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปีได้อย่างไร ถอดรหัสคดี 'นิ่มนวล' จบ ป.กศ. สูง แต่อ้าง 'ปริญญาตรี' ศาลชี้หลอกลวงให้ผู้สมัครคนอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติถือเป็นการทุจริต เป็นแนวบรรทัดฐานใหม่ของศาลฎีกาฯ
เดือดแน่! จับตาเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว' ปรมาจารย์ด้านกฎหมายแท็กทีม ฮือฮา 'สิทธิโชติ' ร่วมด้วย
ราชบัณฑิตยสภา จัดเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้' 30 ก.ย.นี้ ฮือฮา 'สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย' ร่วมด้วย ปรมาจารย์ด้านกฎหมายร่วมเสวนาอีกเพียบ ทั้ง 'จรัญ ภักดีธนากุล -วัส ติงสมิตร- วิชา มหาคุณ'
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ฮั้วเลือก สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้คดีฮั้ว สว.อาจอยู่ที่การให้ศาลค้นหาความจริง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสกระตุก 'โสภณ' ปมน้องครูใหญ่สุ่มเสี่ยงเป็นการประวิงเวลา!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

