ไทยหวังพึ่งจีนได้หรือไม่ ในกรณีถูกสหรัฐฯกดดัน 'เอ็ดดี้' มีคำตอบ

17 พ.ย.2568-นายอัษฎางค์ ยมนาค อินฟลูเอนเซอร์การเมืองชื่อดังฝ่ายอนุรักษ์นิยม โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เผยแพร่บทความเรื่อง “ไทยหวังพึ่งจีนได้หรือไม่ ในกรณีถูกสหรัฐฯ กดดัน?” เนื้อหาระบุ

วิเคราะห์จากหลักการ ผลประโยชน์แห่งชาติ (National Interest) และ การถ่วงดุลอำนาจ (Balancing of Power) เพื่อตอบคำถามว่าไทยหวังพึ่งจีนได้หรือไม่ และจีนจะยื่นมือเข้ามาช่วยไทยในปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ถูกสหรัฐฯ กดดันอย่างไร

การวิเคราะห์: ไทยหวังพึ่งจีนได้หรือไม่ ในกรณีถูกสหรัฐฯ กดดัน?

คำตอบคือ ไทยสามารถหวังพึ่งจีนในมิติของการสนับสนุนทางการทูตและเศรษฐกิจเพื่อคานอำนาจได้ แต่ไม่สามารถคาดหวังความช่วยเหลือทางทหารโดยตรงในปัญหาชายแดนกับกัมพูชา

1. ทำไมไทยจึง “หวังพึ่ง” จีนได้ (มิติการคานอำนาจ)

สถานการณ์นี้คือ โอกาสทองทางภูมิรัฐศาสตร์ ของจีน และคำกล่าว “จีนและไทยผูกพันดุจครอบครัวเดียวกัน” คือการตอบรับแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่มีต่อไทยอย่างสมบูรณ์แบบ การที่สหรัฐฯ ใช้ประเด็นการค้ามากดดันไทยในปัญหาความมั่นคง แสดงถึงความไม่น่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตร จีนจะใช้โอกาสนี้ในการตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าตน เป็น หุ้นส่วนที่มั่นคงกว่า ซึ่งเป็นความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของจีน จีนจะยื่นมือเข้ามาช่วยไทยในรูปแบบของการให้ การสนับสนุนทางอ้อมและสร้างเกราะป้องกันทางการทูต

ตัวอย่างการช่วยเหลือ:  จีนสามารถแถลงการณ์สนับสนุน “สิทธิในการปกป้องอธิปไตยของไทย” และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาภายใต้ “กรอบการเจรจาที่มีความยุติธรรมและเคารพซึ่งกันและกัน” (โดยเน้นย้ำถึงมิตรภาพจีน-ไทย) เพื่อเป็นการ ลดความชอบธรรม ของการกระทำของสหรัฐฯ  เมื่อสหรัฐฯ ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ จีนอาจตอบโต้ด้วย “การเพิ่มการลงทุนหรือข้อตกลงการค้าที่เป็นประโยชน์แก่ไทย” (เช่น การเร่งรัดโครงการรถไฟ, การให้สิทธิพิเศษทางการค้า) เพื่อลดผลกระทบจากการถูกสหรัฐฯ ระงับเจรจาภาษี ซึ่งเป็นการ คานอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างชัดเจน

2. ขีดจำกัดความช่วยเหลือของจีน (ทำไมจึงไม่ช่วยโดยตรง)

แม้จีนจะใช้ภาษาที่อบอุ่น แต่จีนจะไม่เข้าแทรกแซงปัญหาชายแดนโดยตรง เพราะ กัมพูชาคือ “เพื่อนที่แข็งแกร่ง” และเป็น ฐานทางยุทธศาสตร์ ที่สำคัญที่สุดของจีนในอาเซียน โดยเฉพาะการเข้าถึงอ่าวไทย (ผ่านฐานทัพเรือเรียม) และการเป็นรัฐกันชน (Buffer State) จีนจะไม่ยอมเสี่ยงทำลายความสัมพันธ์ระดับสูงกับกัมพูชา เพื่อเข้าข้างไทยในความขัดแย้งเรื่องเขตแดน จีนจะคงท่าทีที่เป็นกลางและเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย “แก้ไขปัญหาด้วยความปรารถนาดี”  จีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นอย่างเคร่งครัด การเข้าข้างไทยในความขัดแย้งกับกัมพูชาจะถือเป็นการ ละเมิดหลักการนี้ และจะทำลายความน่าเชื่อถือของจีนในฐานะ “หุ้นส่วนที่เชื่อถือได้” ในสายตาของประเทศอาเซียนอื่น ๆ ทันที

 จีนมุ่งเป้าไปที่ “สหรัฐฯ” ไม่ใช่ “กัมพูชา”: เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของจีนคือการ “ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาค”ไม่ใช่การตัดสินว่าใครถูกใครผิดระหว่างไทยกับกัมพูชา ดังนั้น การ “ช่วยไทย” จึงมีจุดประสงค์เพื่อ “ตอกย้ำความผิดพลาดของสหรัฐฯ ในการใช้การค้าเป็นอาวุธ” เท่านั้น

สรุปผลทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อไทย

ไทยกำลังเล่นเกม “การทูตไม้ไผ่” ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยมีทางเลือกและผลลัพธ์ดังนี้:

1. โอกาส: ไทยได้ ยกระดับสถานะ ในสายตาของจีนเป็นระดับ “ครอบครัว” ซึ่งเป็น “ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์” ที่สำคัญในการคานอำนาจและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เมื่อสหรัฐฯ ใช้การค้ามาเป็นพันธนาการ จีนก็เสนอการค้ามาเป็นอิสรภาพ

2. ความเสี่ยง: การรับความช่วยเหลือจากจีนในช่วงเวลานี้ ย่อมมี “ราคา” และ “เงื่อนไข” ตามที่บทความระบุ ซึ่งอาจนำไปสู่การ พึ่งพาจีนมากเกินไป และทำให้ไทยเสียสมดุลในการดำเนินนโยบายต่างประเทศในระยะยาว

3. ความคาดหวังที่เป็นจริง: จีนจะช่วย ป้องกันไม่ให้ไทยถูกสหรัฐฯ รังแกทางการค้า โดยให้ทางเลือกทางเศรษฐกิจที่น่าดึงดูด แต่จีนจะไม่เข้ามาก้าวก่ายหรือตัดสินในปัญหาทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชาโดยตรง เพราะต้องรักษาความสัมพันธ์กับกัมพูชาไว้

4. ไทยต้องใช้คำว่า “ครอบครัวเดียวกัน” นี้เป็น อำนาจต่อรอง เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยกเลิกเงื่อนไขการระงับเจรจาภาษี โดยแสดงให้เห็นว่าหากสหรัฐฯ ยังคงกดดันเช่นนี้ ไทยก็มีทางเลือกอื่นที่อบอุ่นกว่าจากมหาอำนาจคู่แข่งทันที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯอนุทิน ถึงฟิลิปปินส์ เตรียมหารือสามฝ่าย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่ำนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศ

สงครามในตะวันออกกลาง: ความคืบหน้าล่าสุด อิหร่านตอบโต้สหรัฐ

สหราชอาณาจักรและซาอุดีอาระเบียต่างเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

'กอบศักดิ์' จับตา สงคราม 'สหรัฐ-อิหร่าน' เฟสใหม่ ราคาน้ำมันพุ่ง

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า ราคาน้ำมันกลับไปที่ 114 ดอลล่าร์ !!!

UAE รายงานเหตุโจมตี ขณะที่การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้จะยุติลง

สถานการณ์หยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาอยู่ในภาวะสั่นคลอนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างยิงปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานการโจมตีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

'สีหศักดิ์' คาดกัมพูชาตอบรับคุย 3 ฝ่าย เวทีอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เน้นสร้างความไว้ใจกันก่อนเริ่ม GBC

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงท่าที่ของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน