“ดีเอสไอ" ประสานข้อมูล “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” ลุยตรวจสอบ ”5 ธุรกิจในไทย“ ครอบครัวก๊กอาน เบื้องต้นพบ “ลูก 3 คน” นั่งกรรมการบริหารด้วยตัวเอง หลัง ”กรมการปกครอง“ เพิกถอนสัญชาติไทย "ก๊กอานและบุตร 3 คน" เหตุ อาจพัวพันกาสิโน-ค้ามนุษย์-ฟอกเงิน-สแกมเมอร์ ชี้ “ลูก 3 คนของก๊กอาน” ถือเป็นบุคคลต่างด้าว มีความผิดตามกฎหมายไทย “แจ้งการเกิดโดยทุจริต“ ไม่สามารถประกอบกิจการในไทยในฐานะ CEO ส่อรับเป็นคดีพิเศษ ฐานความผิด “พ.ร.บ.นอมินี”
17 พฤศจิกายน 2568 - จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เรื่องสืบสวนที่ 134/2568 ได้มีการกำหนดแนวทางการสืบสวนเครือข่ายของนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป เครือข่ายของบริษัท ปรินซ์ฯ และรายชื่อชาวต่างชาติทั้ง 43 คน ที่ทางการสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีให้เป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติและการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ นายยิม เลียก (Yim Leak) นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นายก๊ก อาน เป็นต้น
โดยตรวจสอบว่าในบรรดา 43 รายชื่อดังกล่าวมีใครเกี่ยวพันเชื่อมโยงมาถึงบุคคลและนิติบุคคล การประกอบกิจการในประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอได้มีการประสานขอรายงานข้อมูลไปยังหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการขอข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดูการยื่นจดทะเบียนประกอบธุรกิจ การขอข้อมูลจากสำนักงาน ปปง. เพื่อดูธุรกรรมทางการเงิน การเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น และถ้ามีความชัดเจนว่านิติบุคคลใดในไทย เป็นเครือข่ายของทุนนอก หรือเป็นนอมินี ก็จะขยายผลเป็นคดีพิเศษในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือนอมินี ซึ่งเป็นความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 17 พ.ย.68 รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ ได้มีการตรวจสอบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องของทั้ง 43 รายชื่อชาวต่างชาติ และเครือข่ายที่มีการประกอบธุรกิจในไทย ซึ่งพบว่ารายชื่อที่มีข้อมูลชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือ นายก๊ก อาน สัญชาติกัมพูชา มีตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของประเทศกัมพูชา และนอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการปกครองของประเทศไทยได้ตรวจสอบข้อมูลในทางลับจากหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานทางการข่าว
พบว่า นายก๊ก อาน มีการประกอบธุรกิจหลายประเภท ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกาสิโน ค้ามนุษย์ การฟอกเงิน สแกมเมอร์ และถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายไทย และได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ทั้งยังมีบุตรจำนวน 3 คน ได้แก่ น.ส.จุรี คล่องกิจกล น.ส.ภูเฌอหลิน คล่องกิจกล (ยุไล่) และนายกิตติศักดิ์ คล่องกิจกล ซึ่งได้สัญชาติไทยจากการระบุว่า มีบิดาและมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทย จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะทั้งหมดพบว่าได้สัญชาติไทยโดยทุจริต
เนื่องจากแอบอ้างนำคนสัญชาติไทย ซึ่งไม่ใช่บิดามารดาที่แท้จริงมาระบุว่าเป็นบิดามารดาของตน ในขณะที่ก็ได้มีการแจ้งการเกิดเกินกำหนด ณ สำนักทะเบียนอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด อีกด้วย จึงถือว่าบุคคลดังกล่าวทั้ง 3 คน ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่แรก ปัจจุบันถือว่าทั้งหมดเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิอยู่ในประเทศไทย และจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายจากผลที่ได้มีการแจ้งการเกิดโดยทุจริต
ฉะนั้น หากย้อนไปจุดเริ่มต้น จะพบว่าทั้งนายก๊กอาน และบุตร 3 คน ก็คือผู้ต้องหาในคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และการที่นายก๊กอาน และลูก ถูกกรมการปกครองเพิกถอนสัญชาติไทย จึงเป็นเหตุให้คณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ ดำเนินการขยายผลเรื่องการประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งใจความสำคัญชัดเจนแล้วว่าทั้งหมดคือบุคคลต่างด้าว จึงไม่สามารถประกอบกิจการในสัดส่วนการถือหุ้นอันดับหนึ่ง/การเป็นกรรมการของบริษัทที่จดตั้งในประเทศไทยได้ เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ทั้งนี้จากการตรวจสอบขยายผลเบื้องต้นของพนักงานสืบสวนกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ที่ได้ประสานข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ลูกทั้ง 3 คนของนายก๊กอาน มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทการให้การบริการประมาณ 5 แห่งในไทย โดยมีสถานะเป็นกรรมการของบริษัท คาดว่าราวสัปดาห์นี้ดีเอสไอจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท 5 แห่งดังกล่าวที่ได้ขอจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่วนการที่บริษัทต่าง ๆ ภายใต้ชื่อของพวกเขาที่เป็นกรรมการ จะยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ต่อไป รวมถึงดีเอสไอเองก็ต้องตรวจสอบประวัติทางคดีอาญาอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ตำรวจไซเบอร์แจ้งดำเนินคดีการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งหากมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว พนักงานสืบสวนกองกิจการอำนวยความยุติธรรม ก็จะได้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ
สำหรับเรื่องสืบสวนกรณีของนายเฉิน จื้อ (ซีอีโอ บริษัท ปรินซ์ กรุ๊ปฯ) คณะพนักงานสืบสวนได้ตั้งเป็นเรื่องสืบสวนที่ 134/2568 (เรื่องสืบสวนหลัก) เพื่อดูเรื่องเครือข่ายของนายเฉิน จื้อ และการประกอบกิจการหรือลงทุนธุรกิจในไทย ฉะนั้น เมื่อดีเอสไอต้องขยายผลไปดูรายชื่อ 43 คนต่างชาติที่ถูกทางการสหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีให้เป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติและการหลอกลวงออนไลน์ เช่น กรณีของนายก๊กอาน และลูก ดีเอสไอจึงต้องแยกเลขเรื่องสืบสวนออกมาอีกหนึ่งเลข คือ กรณีของนายก๊กอาน จะเป็นเรื่องสืบสวนที่ 136/2568 ทั้งนี้ หากดีเอสไอเจอความเกี่ยวข้องชัดเจนในส่วนของรายใดเพิ่มอีก ก็จะได้แยกเลขเรื่องสืบสวนออกมาอีกเช่นกัน ตอนนี้พนักงานสืบสวนจึงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบให้ชัดเจน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยรายงานสหรัฐฯ แฉเมืองโอร์เสม็ด กัมพูชา เป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ กักขังทรมานแรงงาน
ไทย-สหรัฐ ร่วมมือยกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คาดโอร์เสม็ดเป็นแหล่งค้าอวัยวะ
รวบหนุ่มสแกมเมอร์วัย 23 สารภาพทำงานที่ปอยเปต ก่อนหนีกลับไทย ริอ่านรับงานเองเลยถูกซิว
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 จับแก๊งคอลฯตัวแสบ อ้างว่า เป็นนายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชักชวนเหยื่อให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ หนุ่มใหญ่ อ.สวรรคโลก หลงเชื่อ โอนเงินลงทุน 90 กว่าครั้ง ในรอบ 2 ปี สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท ตำรวจชุดสืบแกะรอย ตามรวบหนุ่มสแกมเมอร์วัย 24 ปี สารภาพ ทำงานแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองปอยเปต-กัมพูชา ก่อนหนีกลับไทย ริอาจรับงานเองเลยถูกซิว
เขมรยึกยักนัดเช้าเลื่อนบ่าย ส่ง 635 คนไทยกลับคัดกรองสแกมเมอร์
กัมพูชาส่ง 635 คนไทยกลับถึงด่านคลองลึกแล้ว เข้าคัดกรอง “สแกมเมอร์” หลังเขมร ยึกยัก! นัดเช้าส่งตัวบ่าย ต้องรอกว่า 7 ชม.ครึ่ง อ้างไม่มีรถบัส พร้อมปฎิเสธคณะ AOT เข้าพื้นที่
ทบ.-ตำรวจ รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปต กลับประเทศ ลั่นหากเป็น 'สแกมเมอร์' ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ทบ.-ตำรวจ รับ 635 คนไทยฝั่งปอยเปต กลับประเทศ ยันคัดกรองเข้มแยกเหยื่อ ลั่นหากเป็น “สแกมเมอร์” ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อึ้
รวบหนุ่มเกาหลี หลอกเพื่อนร่วมชาติไปทำงานสแกมเมอร์ที่กัมพูชา
บุกรวบคาคอนโดหรูกลางกรุงสแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ หลอกชาติเดียวกันส่งตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์กัมพูชา
ดีเอสไอ สอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือขนส่ง ปมน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร
โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69

