"รมว.ยุติธรรม" ลั่นไม่ปล่อยผ่าน ผู้คุมเรือนจำพิเศษเอื้อประโยชน์จีนเทา พบหลักฐานชัดผู้คุม 7 นายพานางแบบจีน 2 คนเข้า “ห้องดัดแปลง” กลางวันแสกๆ เผยสามารถกู้ภาพวงจรปิดได้บางส่วนหลังถูกมือมืดลบข้อมูล จับภาพนักโทษจีนเทาเดินเพ่นพ่านในพื้นที่ต้องห้าม ส่วนผู้ต้องขังจีนเทา 2 รายถูกย้ายทันที เผยพรุ่งนี้เตรียมบุกเข้าเรือนจำตรวจข้อเท็จจริง
21 พฤศจิกายน 2568 - เวลา 16.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากเหตุเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังชาวจีนว่า คณะกรรมการฯ ได้มีการสอบสวนผู้หญิง 2 รายที่เข้ามาในพื้นที่เรือนจำ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีการแต่งตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมทำการสืบสวนในคดีนี้ และในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) เวลา 09.00น. จะเข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนรายละเอียดในสำนวน ขออนุญาตเก็บเป็นความลับ แต่เราจะดำเนินการอย่างเต็มที่
สำหรับเจ้าหน้าที่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็จะคัดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ทราบไว้ในรายละเอียดสำนวนต่อไป สำหรับดีเอสไอ จะมีการประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนกลุ่มผู้ต้องขังจีนเทา เป็นกลุ่มใดที่พยายามทำให้ภาพลักษณ์ของเรือนจำเสื่อมเสีย พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในเรือนจำมีผู้ต้องขังจีนเทาประมาณ 200 คน แต่รู้ตัวผู้กระทำความผิดกลุ่มจีนเทาที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 2 คน เป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาของศาล ส่วนเป็นคดีอะไรขออนุญาตอยู่ในสำนวน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ด้านหน้าประตูจนถึงพื้นที่เกิดเหตุมีอยู่ 7 คน แต่ไม่ใช่ที่ห้องทำงานของผบ.เรือนจำ ซึ่งเท่าที่ทราบจากการสอบถามจากคณะกรรมการตรวจสอบพบว่าเป็นห้องของผู้คุมภาพมีการแปลงสภาพ ส่วนห้องผบ.เรือนจำ อยู่ชั้นบน ส่วนจะพาหญิงสาวเข้าไปกี่ครั้งนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวน เพราะเราเพิ่งทราบในวันเกิดเหตุ
สำหรับสายลับที่เข้าไปสืบเรื่องดังกล่าวยังมีความปลอดภัยอยู่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังปลอดภัยอยู่
เมื่อถามว่าภายในห้องดัดแปลงของเจ้าหน้าที่มีสภาพเป็นอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขออนุญาตไปดูกับตาตัวเองในวันพรุ่งนี้
ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดนั้นได้มีการถูกลบไป แต่ขณะนี้สามารถกู้ไฟล์ได้บางส่วน ทำให้เรามีพยานหลักฐานพอสมควร โดยเป็นภาพที่ผู้ต้องขังเดินอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสิทธิที่จะเดิน สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนๆไป ส่วนก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้หรือไม่นั้น ตนไม่สามารถยืนยันได้ว่าเริ่มทำเมื่อไหร่
"นางแบบใช้เส้นทางปกติ ไม่ได้ใช้เส้นทางลัดแต่อย่างไร โดยเป็นคนจีนจำนวน 2 คน คาดว่าเจ้าหน้าที่ได้พานางแบบสาว 2 คนเข้าไปจากจุดด้านหน้าอาคาร และไม่ได้เข้ามาในช่องทางเยี่ยมญาติแต่อย่างใด โดยเข้ามาตอนกลางวัน โดยได้มีการสอบปากคำนางแบบแล้ว โดยให้การว่ามาพบกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณนั้น ส่วนจะมีนางแบบรายอื่นหรือไม่นั้น เราพบเพียงในเวลาที่เกิดเหตุเท่านั้น คาดว่ามาด้วยความเต็มใจ โดยขณะนี้ได้มีการถ่ายรูปทำประวัติดูพาสปอร์ต แต่จะเดินทางออกนอกประเทศแล้วหรือไม่ ยังไม่ทราบ"
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ต้องขังจีนเทาได้เสนอเงินให้เจ้าหน้าที่จำนวนเท่าไหร่นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน
นอกจากนั้นจากการส่งชุดจู่โจมเข้าตรวจค้นในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตนยังไ่ม่ทราบว่าเจออะไรบ้าง เราได้ประชุมเพียงเรื่องในวันเกิดเหตุเพื่อจัดระเบียบ ทั้ง 8 แดนพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันจะไม่ปล่อยผ่าน โดยในพรุ่งนี้จะมีกำลังของดีเอสไอเข้าร่วมด้วยโดยจะดูในเรื่องคดีอาญา ส่วนเรื่องดำเนินการทางวินัยนั้น ทั้งนี้ผู้ต้องขังชาวจีน 2 ราย ได้ถูกย้ายไปอยู่ในเรือนจำอื่นแล้ว โดยพรุ่งนี้ตนจะไปดูรายละเอียดในห้องที่มีการดัดแปลงว่าเกิดขึ้นอย่างไร และดูทั้งหมด เพราะว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย
ทั้ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้เรือนจำทุกประเทศจับตาผู้ต้องขังวีไอพี ว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแบบนี้อีกหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSI เรียก 8 เจ้าของเรือแจง พบ 4 บริษัทโยงน้ำมันล่องหนสุราษฎร์
'อธิบดีดีเอสไอ' พร้อมรับโอนสำนวนตำรวจ ปคบ. ปมทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้งฯ เป็นคดีพิเศษ ด้านชุดสอบคดีกักตุนน้ำมันเรียก 8 บริษัท แจง 21 - 23 เม.ย. พบ 4 ราย โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร
ดีเอสไอ เรียกสอบ 8 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน พิรุธน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร กลางทะเลสุราษฎร์
ดีเอสไอ-พลังงานอ่างทอง แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง “บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง - ได้มาตรฐานน้ำมันตามกฎหมายหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ถูกตำรวจ ปคบ. อายัดไว้แล้ว 2 ถัง พ่วงดำเนินคดี 3 ข้อหา
5คลังน้ำมันเตรียมหนาว ดีเอสไอรอเช็กพันกักตุน
ดีเอสไอลุยสอบ 3 กรณีกักตุนน้ำมัน พร้อมคุ้ยกรณีน้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ฯ กว่า 60 ล้านลิตร 5 คลังเตรียมหนาว! “ยุทธนา” รอข้อมูลตำรวจหากพบมีเอี่ยวแยกเป็นรายละคดี
5วันดับ191ศพ กางแผนรับมือ กลับเมืองกรุง
ศปภ.กางแผนรับมือคลื่น ปชช.แห่กลับเมืองกรุง คุมเข้มดื่มแล้วขับ จับจริง พร้อมเปิดช่องทางพิเศษบริหารความปลอดภัย ขณะที่ฉลองสงกรานต์ 5 วัน ตายพุ่ง 191 ศพ เมาขับเกือบทะลุ 4 พันคดี
5 วันสงกรานต์ดับแล้ว 191 รายเจ็บอีก 911 คน
ศปถ. บริหารแผนความปลอดภัยทางถนนรับมือประชาชนเดินทางกลับ กทม. และเมืองใหญ่ -กำชับตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ 'ดื่มแล้วขับ จับจริง'
ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 'คดีพิเศษ'
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เข้าข่ายคดีพิเศษ มีผลย้อนหลัง 1 มี.ค. 2569 รองรับการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการหรือพฤติการณ์ซับซ้อน

