ยธ.เยียวยารายละ3แสน ดันตั้งกองทุนช่วยเหยื่อ

"รมว.ยุติธรรม" มอบเงินเยียวยาผู้เสียหายคดีไฟไหม้โรงเบียร์ฯ รายละ 3 แสนบาท เบื้องต้น 14 ราย รวมเป็นเงิน 4.2 ล้านบาท “อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ” แจงดรามาภาษีประชาชน ยันการเยียวยาคือการช่วยเหลือผู้ทุกข์ทางสิทธิมนุษยชน รัฐไม่อาจเพิกเฉยได้ พร้อมตั้งเวทีรับฟังความเห็นร่วมกับ “ม.มหิดล” ชงจัดตั้ง “กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา” ลักษณะกองทุนหมุนเวียน ระดมเงินแหล่งอื่นเข้าสมทบช่วยเหลือเหยื่อ

ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 20 กรกฎาคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียหาย จากกรณีไฟไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว (โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) โดยมีนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวรายงาน ซึ่งมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

ในการนี้ มีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาทายาทผู้เสียหายที่มาร่วมงานจำนวน 14 ราย รายละ 300,000 บาท เป็นเงิน 4.2 ล้านบาท ส่วนสำหรับรายที่เหลือที่ไม่ได้มาร่วมงาน จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายโดยตรง  ซึ่งได้พิจารณาไปแล้วทั้งสิ้น 31 ราย เป็นเงินกว่า 9.3 ล้านบา เช่น ทายาทน้องบรีส (นักร้องนำหญิงวงดนตรีทศกัณฐ์), มือกลองวงทศกัณฐ์, ชาวลาวที่เป็นพนักงานในร้าน  รวมถึงประชาชนทั่วไป เป็นต้น

โดยนายไตรยฤทธิ์กล่าวว่า การมอบเงินครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาฯ ซึ่งผู้เสียหายจากการเสียชีวิต และไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือรายละ 300,000 บาท โดยจ่ายเงินเยียวยาทั้งสิ้น 31 ราย เนื่องจากทราบล่าสุดว่ามีการเสียชีวิตเพิ่มเป็น 34 ราย แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ สามารถพิจารณาประชุมได้เร็วที่สุดคือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยพิจารณาจำนวนผู้เสียหาย 31 รายก่อน ในส่วนของเจ้าของร้านจะได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือหรือไม่นั้น หากท้ายสุดเป็นผู้กระทำความผิดตามผลการสอบสวนของตำรวจ ก็ถือว่าไม่ใช่ผู้ที่ไปใช้บริการแล้วได้รับความเสียหาย

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเงินจากภาษีประชาชนไปเยียวยาช่วยเหลือในคดีอาญาที่ไม่สมเหตุสมผลนั้น นายไตรยฤทธิ์กล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกความเห็น  ซึ่งความเห็นเหล่านี้จะเป็นประเด็นที่สังคมจะได้ใช้ในการพิจารณาว่าจะมีการปรับเกณฑ์อย่างไร แต่ ณ วันนี้ยังคงยึดเกณฑ์ของคณะอนุกรรมการฯ ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ หากเขาไม่ใช่ผู้กระทำความผิดและได้รับผลกระทบ การเยียวยาก็คือการช่วยเหลือผู้ทุกข์ เพราะต้องยอมรับว่าในหลายเคสที่เราลงพื้นที่ไปพูดคุย บางรายไม่มีแม้เงินค่าจัดทำศพด้วยซ้ำ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อจัดงานศพ ตรงนี้จึงมองว่า “การช่วยเหลือเยียวยาก็คือการช่วยเหลือทางสิทธิมนุษยชน"

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวว่า สำหรับเวทีการรับฟังความคิดเห็นวันนี้ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อหาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราใช้เงินปีหนึ่งหลายร้อยล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา ที่ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด เช่น เครนถล่มที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ไม่มีผู้กระทำความผิด เพราะทุกคนล้วนอยู่ในรถไฟโดยสาร หรือกรณีอาคารก่อสร้างตึก สตง.ถล่ม หรือกรณีการกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้มองว่าไม่ต่างกัน เพราะอย่างไรแล้วผู้ที่กระทำความผิดก็สมควรจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย แต่ถ้าเราต้องรอการสู้คดีมันก็ใช้เวลานาน 

"เราเลยเสนอว่าอาจต้องมีกองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา ซึ่งระหว่างนี้ก็จะมีเวทีอภิปรายรับฟังความเห็น เพื่อถกเถียงแลกเปลี่ยนกันเรื่องที่มาของแหล่งเงิน (นอกเหนืองบประมาณปกติ) โดยเราจะหาจากแหล่งเงินที่เหมาะสม รวมถึงการไล่เบี้ยเอาเงินจากผู้กระทำผิด หรือจัดประเภทคดีอาญา เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้หรือร่าง พ.ร.บ.กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาฯ ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี ให้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งเป็นหมุดหมายของรัฐบาลที่จะเยียวยาผู้เสียหาย เราไม่ได้อยากให้เป็นภาระทางงบประมาณ แต่ในเรื่องของสิทธิมนุษยชนรัฐบาลก็คงไม่สามารถนิ่งดูดายได้ จึงเป็นเจตนารมณ์ที่เรามุ่งหวังจะช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาเหมือนอย่างที่ผ่านมา"

อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาฯ จะแยกขาด และไม่กระทบหรือทับซ้อนกับ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนฯ เพราะ พ.ร.บ.กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญาฯ ก็จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการจ่ายเงินเช่นเดียวกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลงMOU15ฉบับร่วมมือรอบด้าน

จัดเต็ม! "อนุทิน" เยือนจีนวันสุดท้าย หารือ "หลี่ เฉียง" นายกฯ จีน ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU 15 ฉบับ

เปิดตัว‘Thailand Content Market’ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก

"พาณิชย์" เปิดตัว "Thailand Content Market" เวทีธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติงานแรกของไทย ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่ตลาดโลก ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท