'อนุทิน' ระวัง! ติดกับดักตัวเอง ปมคำถามประชามติ

19 ธ.ค. 2568 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วางกับดักตัวเอง ในการส่งคำถามประชามติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนที่จะใช้คำถามของรัฐสภา

ครม.นัดพิเศษ ประชุมกันอย่างฉุกเฉินในเวลา 10.30 น. วันพฤหัสที่ 18 ธันวาคม 2568 เพื่อเถียงกันว่าจะใช้คำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญของใคร ระหว่าง version “เห็นด้วย” ของรัฐสภา และ version “เห็นชอบ” ของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

น่าจะไม่มีการเถียงกันด้วยซ้ำ หลังจาก นายบวรศักดิ์ชี้แจงตามสไตล์นักกฎหมายว่า ใช้ “เห็นชอบ” ดีกว่า “เห็นด้วย” เพราะสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ครม. จึงเลือกคำถามของ ครม. ทิ้งคำถามรัฐสภาไว้ข้างหลัง เป็นผลให้การทำประชามติครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 9 (2) ที่ริเริ่มโดย ครม. ไม่ได้ใช้มาตรา 9 (4) ที่เป็นการริเริ่มโดยรัฐสภา

ทำให้เหตุผลที่จะอ้างว่าต้องทำโดยเร็วในเวลาน้อยกว่า 60 วัน ที่พระราชบัญญัติประชามติเปิดช่องให้ทำได้ด้วย 2 เหตุผล คือ (1) ความจำเป็นทางงบประมาณ หรือ (2) เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เหลือแค่ข้อ 1 ข้อเดียว อ้างชาวบ้านคือรัฐสภาส่งมาไม่ได้แล้ว

ดังนั้น จึงเป็นภาระของรัฐบาลในการพิสูจน์ว่า เป็นความจำเป็นทางงบประมาณ คือ ทำแล้ว ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน จึงมีคำโต จากทั้ง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ และนายอนุทิน พูดตรงกันว่า ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง ประหยัดไป 4,000 ล้าน

สังเกตดู ประโยคแบบนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เคยพูด เพราะเขารู้ว่า หากจัดพร้อมเลือกตั้งนั้นประหยัดอย่างเก่งก็ได้แค่ 2,000 ล้าน เฉพาะในการทำประชามติครั้งที่ 1 แต่จะทำให้การทำประชามติ แทนที่จะรวบทำแค่ 2 ครั้ง กลายเป็นต้องทำ 3 ครั้ง

ทำ 3 ครั้ง อย่างไร ก็ใช้มากกว่า 2 ครั้ง เพราะสองครั้งหลังนั้น ใช้เงินเท่ากัน และครั้งแรกที่มาจัดพร้อมเลือกตั้ง อย่างไรก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 2,000 – 3,000 ล้านบาท

คำว่า ”ประหยัด 4,000 ล้าน“ จึงอาจมาจากความตั้งใจพูดให้ดูมีเหตุผลสอดคล้องเงื่อนไขในกฎหมาย หรือไม่ก็สอบตกคณิตศาสตร์ระดับประถมหนึ่ง

ถามว่า ถ้า ครม. จงใจฝ่าฝืนเงื่อนไขในกฎหมาย โดยทำให้ประเทศต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2,000 – 3,000 ล้านบาท ต้องรับผิดชอบ หรือมีความผิดอะไรไหม

ถามผม คงตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมเป็นแค่บวกเลขให้เห็น ไม่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกาส่องคดีประวัติศาสตร์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)

ดร.ณัฏฐ์ ฟันธง ปมบาร์โค้ดไม่ล้มเลือกตั้ง รัฐบาลเดินหน้าตามไทม์ไลน์

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ เกมปั่นป่วนล้มเลือกตั้งให้โมฆะ "ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" ไม่มีเกมพลิก ไม่เป็นเหตุชะลอการจัดตั้งรัฐบาล

หนาวแน่! ธรรมนัสบอกให้จับตาเลือกตั้งอาจส่อโมฆะ

'ธรรมนัส' คุย 'นฤมล' ปมเจอ 'อนุทิน' ที่สงขลา แจงไม่มีอะไรในกอไผ่ บอกให้จับตาเลือกตั้งส่อโมฆะ เรียกทีมยุทธศาสตร์ปรึกษา เตรียมพร้อมหากต้องลุยใหม่ ไม่หวั่นพะเยา เขต 1 นับคะแนนใหม่

กกต.งดประชุม! อ้างมีมติเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว

กกต.งดประชุมสัปดาห์นี้ หลังมีมติสั่งเลือกตั้งบางหน่วยและออกเสียงประชามติไปแล้ว แต่หากมีเรื่องด่วนพร้อมนัดประชุมทันที ด้าน ผอ.กกต.กทม.ยันมีความพร้อมเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ 22 ก.พ.นี้