สดุดีทหารกล้า 3 นาย สละชีพปกป้องอธิปไตย เขมรระดมยิงบ้านหนองจาน

กองทัพภาคที่ 1 สดุดีทหารกล้า 3 นาย สังกัด ร.2 พัน.2 รอ. สละชีพปกป้องอธิปไตยของไทย ชายแดนบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เผยกัมพูชายิงปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิดถล่มบ้านหนองจานอย่างหนัก หลังฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้

26 ธันวาคม 2568 - กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว จ.ส.อ.พงศกร นาคทองดี, พลทหาร ปฏิพัทธิ์ ศรประดิษฐ์ และพลทหาร ทิวตะวัน พลเยี่ยม สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อ 26 ธ.ค.68

กองทัพภาคที่ 1 ขอเชิดชูเกียรติในความเสียสละทำหน้าที่ชายชาติทหารปกป้องแผ่นดินไทยด้วยชีวิต ทั้งนี้จะดูแลจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ และดูแลสิทธิต่างๆให้กับครอบครัวอย่างครบถ้วนต่อไป

ด้านศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น.

กกล.บูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เป็นวันที่ 19 ในการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อยึดครองพื้นที่ใน 3 พื้นที่

1.พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา : ฝ่ายกัมพูชายังคงมีความพยายามเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ฝ่ายเราใช้อาวุธยิงสนับสนุนทำการยิงตอบโต้ตามสถานการณ์เพื่อควบคุมพื้นที่ สถาปนาแนวที่มั่นตั้งรับ และดำรงความมุ่งหมายรักษาที่มั่น

2.พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชายังคงมีความพยายามเสริมความแข็งแรงของที่มั่น ฝ่ายเราใช้อาวุธยิงสนับสนุนทำการยิงตอบโต้ตามสถานการณ์เพื่อควบคุมพื้นที่ สถาปนาแนวที่มั่นตั้งรับ และดำรงความมุ่งหมายรักษาที่มั่น

3. พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง : ฝ่ายกัมพูชาเสริมความแข็งแรงของที่มั่น เป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง และใช้อาวุธยิงสนับสนุนด้วยปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิดมายังฝ่ายเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายเราใช้อาวุธยิงสนับสนุน ดำเนินกลยุทธ์เข้าตีต่อที่หมาย จนสามารถควบคุมพื้นที่ได้เป็นที่เรียบร้อย อยู่ระหว่างดำเนินการดัดแปลงที่มั่นตั้งรับ พร้อมต้านการตอบโต้จากข้าศึก

นอกจากนี้ กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ฝั่งปอยเปต เพื่อลิดรอนขีดความสามารถและทำลายที่มั่นทางทหารต่างๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการโจมตีกลับมายังฝ่ายเรา

สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จำนวน 4 อำเภอ ทางจังหวัดสระแก้วร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แจ้งเตือนให้อพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราวและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย โดยปัจจุบันได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวให้บริการ จำนวน 40 ศูนย์ มีประชาชน รวม 18,188 คน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ความมั่นคง ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดน กองทัพแจงเหตุเว้นช่องว่างตรงหลักหมุด รอข้อสรุปคณะ JBC ไทย-กัมพูชา

ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี แจงดราม่า "ช่องเว้ารั้วชายแดน" โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เตรียมทำบานพับครอบ รอ JBC เคาะเขตแดน “กมธ.ความมั่นคงฯ ”ลงพื้น ปลื้มสร้างสวยงาม-ชัดเจน หนุนกองทัพสร้างทุกแนวรบ ลั่นถ้าไม่ทำอีก 100 ปีก็คุยไม่จบ

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล

'บิ๊กดุลย์' ปฏิเสธไม่ได้รับการติดต่อจาก 'เตีย เซรย ฮา' ปมขอคืนบ้านหนองจาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมชายแดน ไทย- กัมพูชา ภายหลังเครื่องบิน F- 16

กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)