ทภ.2 เผยชายแดนไทย–กัมพูชา ไร้ปะทะหนักแต่พบฝั่งตรงข้ามตรึงกำลัง

กองทัพภาคที่ 2 สรุป สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ไร้ปะทะหนัก แต่ยังตรึงกำลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมที่มั่นต่อเนื่อง ส่งโดรนบินสอดแนมในบางพื้นที่ พร้อมคุมการเผยภาพและการข่าวเข้ม

4 ม.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานกการณ์ บรรยากาศตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา วานนี้ ( 3 ม.ค.) ยังคงอยู่ในภาวะ “สงบเชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง” ไม่ปรากฏการปะทะด้วยอาวุธหนักหรือการตอบโต้โดยตรง หากแต่ทั้งสองฝ่ายยังเดินเกมระมัดระวัง เสริมที่มั่น เตรียมพร้อมกำลัง และจับตาความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิด

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงเงียบแต่ไม่วางใจ พื้นที่ช่องบกยังไม่พบการปะทะ ทว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเตรียมพร้อมเชิงป้องกันของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงที่มั่น ติดตั้งท่อส่งน้ำ และจัดกำลังเฝ้าระวังด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า สถานการณ์ยังคงสงบ ฝ่ายกัมพูชาติดตามการขุดคูติดต่อของฝ่ายไทยในพื้นที่รวงผึ้ง พร้อมบันทึกภาพความเคลื่อนไหวไว้เป็นข้อมูล

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ แนวพื้นที่ช่องซำแต–โดนตวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า ยังไม่พบเหตุปะทะ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและรักษาแนวที่มั่นเดิม แต่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร–ผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย ตรวจพบการลำเลียงสัมภาระ เสบียง น้ำ และโครงสร้างโลหะขึ้นสู่พื้นที่สูง มีรถพยาบาลเข้า-ออก เป็นระยะ พร้อมคำสั่งห้ามถ่ายภาพฐานที่ตั้งและการปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาด

ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์–พลาญยาว–พลาญหินแปดก้อน พบการติดตั้งโครงเหล็กและแผงโซลาร์เซลล์ใกล้แหล่งน้ำ คาดใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคควบคู่เสริมความมั่นคงของที่ตั้งทางทหาร

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม–ช่องเปรอ–ช่องระยี ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ แต่มีรายงานการเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนของฝ่ายกัมพูชาไปยังที่ตั้งใหม่ บริเวณปราสาทคนา พบการกรอกดินใส่กระสอบ เสริมแนวกำบังและหลุมหลบภัยในพื้นที่ส่วนหน้า ขณะที่ปราสาทตาควาย เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ

ชายแดรจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ตรวจพบหลุมระเบิดจากการสู้รบเดิมหลายจุด โดยมี 3 จุดที่ยังไม่ระเบิด อยู่ระหว่างการกั้นพื้นที่เพื่อรอการทำลาย พร้อมกันนี้ยังพบการใช้โดรนของฝ่ายกัมพูชาบินตรวจการณ์เป็นระยะ

ส่วนพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้พื้นที่พลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการส่งกำลังและการเฝ้าตรวจ อีกทั้งติดตามกิจกรรมการปรับปรุงพื้นที่ของฝ่ายไทยในบางจุดอย่างใกล้ชิด

โดยภาพรวมตลอดวันไม่พบการใช้อาวุธหนักหรือการปะทะโดยตรง สถานการณ์ยังอยู่ในห้วงหยุดยิงเชิงยุทธการ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเสริมความมั่นคงในที่ตั้ง ฝ่ายกัมพูชามุ่งซ่อมแซมบังเกอร์ เพิ่มกำลัง ลำเลียงเสบียง และเข้มงวดการรักษาความลับด้านข่าวสาร ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังภัยคุกคามแฝง ทั้งทุ่นระเบิดและการสอดแนมด้วย UAV

ทั้งนี้การปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาสะท้อนภาพ “สงบในเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงทหาร” ใช้การหยุดยิงเป็นฉากหน้า ขณะเบื้องหลังยังเดินเกมข่าวกรอง เสริมกำลัง สะสมเสบียง และปรับปรุงที่มั่น

การสั่งห้ามถ่ายภาพ คุมข้อมูล และใช้โดรนตรวจการณ์ บ่งชี้ความกังวลต่อการเปิดเผยที่ตั้งและข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะการเผชิญหน้าเชิงรับต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม

นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ​ เอกอัครราชทูต​ ณ​ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)

นายกฯ สยบข่าวกัมพูชาขนรถถังประชิดชายแดน ยันไม่มีรายงานในที่ประชุม สมช.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม

UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ไทยต้องพึ่งตัวเอง อย่าหวังชาติมหาอำนาจมาเป็นมิตร นอกจากมีผลประโยชน์

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า พึ่งตัวเอง ช่วงนี้​ เกิดดราม่า​ ไทยจีนพี่น้องกัน​

กองทัพไทย แจงสร้างรั้วกั้นชายแดนถาวร ต้องสอดคล้องสภาพพื้นที่ภูมิประเทศ

พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนว่า กองทัพขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็น

'ผู้ช่วยทูตทหารจีน' ดอดเข้า ก.กลาโหม ยอมรับส่งรถถังให้กัมพูชา 39 คัน

จากกรณีที่มีการนำเสนอคลิป จีนได้ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน และกัมพูชาส่งเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น