22 ม.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ยกคำร้อง” แต่ไม่ได้ “ยกความสงสัย”: นัยทางการเมือง-รัฐธรรมนูญ วิเคราะห์คดี “ภูมิธรรม–ทวี” กับคดีเงาฮั้วเลือก สว. มีเนื้อหาว่า
เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งพิจารณาคดีสำคัญ (เรื่องพิจารณาที่ 8/2568) กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
1. ผลคำวินิจฉัย: “รอด” บนบรรทัดฐานทางจริยธรรม
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากไม่ปรากฏพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา แม้ในทางปฏิบัติรัฐมนตรีทั้งสองจะพ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้า (ตามการพ้นตำแหน่งของนายกฯ แพทองธาร ในคำวินิจฉัยที่ 17/2568) แต่ศาลยังคงวินิจฉัยต่อเพื่อวางบรรทัดฐานทางจริยธรรม
2.ประเด็นข้อกล่าวหาและการหักล้างของศาล
กลุ่ม สว. ผู้ร้องอ้างว่า รัฐมนตรีทั้งสองใช้อำนาจแทรกแซง กกต. โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบคดี "ฮั้วเลือก สว. ปี 2567" ซึ่งมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ศาลมีเหตุผลหักล้างสำคัญ 3 ประการ:
(1) เป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ: การตรวจสอบของ DSI เกิดจากคำร้องเรียนของประชาชนเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ
(2) ปฏิบัติทางกฎหมายอย่างถูกต้อง: การรับเป็นคดีพิเศษเป็นมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และเป็นการช่วยอุดช่องว่างที่ กกต. ไม่สามารถสอบสวนคดีอาญาบางลักษณะได้
(3) ไร้หลักฐานการสั่งการส่วนตัว: ไม่พบว่ารัฐมนตรีใช้อำนาจกดดันหรือแทรกแซงนอกเหนือขอบเขตคดีอาญา
3.นัยทางการเมือง: เมื่อผู้ร้อง “เสียมากกว่าได้”
แม้ในทางคดีฝ่ายรัฐมนตรีจะเป็นผู้ชนะ แต่ในทางยุทธศาสตร์ทางการเมือง คำวินิจฉัยนี้กลับสร้างผลกระทบย้อนกลับ (Backfire) ต่อกลุ่ม สว. เสียงข้างมากอย่างรุนแรง:
(1) ข้ออ้าง "เหยื่อ" อ่อนแรงลง: การที่ศาลชี้ว่าการตรวจสอบของรัฐบาล "ไม่ผิด" ทำให้ข้ออ้างที่ว่ากลุ่ม สว. ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองสูญเสียน้ำหนัก
(2) คดีฮั้วยังเดินหน้าต่อ: คำวินิจฉัยนี้ไม่ได้เป็นการรับรองว่าการเลือก สว. สะอาดบริสุทธิ์ เพียงแต่บอกว่ารัฐมนตรี "ไม่ได้ทำผิดขั้นตอน" ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว. จึงยังสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีข้อติดขัดทางรัฐธรรมนูญ
"ศาลไม่ได้ถูกถามว่ามีการฮั้วหรือไม่ แต่ถามว่ารัฐมนตรีทำเกินหน้าที่หรือไม่ เมื่อศาลบอกว่าไม่เกินหน้าที่ ประตูแห่งความสงสัยเรื่องการฮั้วจึงยังเปิดกว้างอยู่"
4.จุดอ่อนของระบบ: เสียงข้างน้อยที่ไร้ที่ยืน
คดีนี้ยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำในกลไกตรวจสอบ:
(1) สว. เสียงข้างน้อย: พยายามตรวจสอบในประเด็นเดียวกันแต่กลับถูกสกัดตั้งแต่ต้นเพราะรวบรวมรายชื่อไม่ครบตามเกณฑ์
(2) สว. เสียงข้างมาก: สามารถใช้กลไกสภาส่งเรื่องถึงศาลได้ง่ายกว่า สิ่งนี้ตอกย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างว่า "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่ว่าใครถือครองอำนาจในการส่งเรื่องถึงศาล" ซึ่งเป็นคำถามใหญ่ต่อความชอบธรรมของระบบตรวจสอบในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
5.บทสรุป: ยกคำร้อง แต่ไม่ยกข้อสงสัย
ในสังคมประชาธิปไตย คำวินิจฉัยที่ “ไม่ปิดคำถาม” อาจสำคัญกว่าคำวินิจฉัยที่ “ให้คำตอบเด็ดขาด” ชัยชนะของนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของข้อครหาเรื่องที่มาของวุฒิสภา แต่มันคือการยืนยันว่ากลไกการตรวจสอบอาญายังคงทำงานได้ และสังคมไทยยังคงรอคำตอบที่เป็น "ขาว" หรือ "ดำ" มากกว่าสถานะ "เทา" ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วัส' เจาะลึกคำแสลงใจสภาสูงที่ทำให้ 'สว.กอบ' ยื่นสอบ กกต.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง-ไม่ใช่รัฐประหารเงียบ
นักกฎหมายมหาชนชี้ สว.สำรองกลุ่ม 11 ยื่น อสส.เป็นเพียงเทคนิคเปิดช่องอำนาจฟ้องตรงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มองข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว.ไม่เข้าองค์ประกอบล้มล้างการปกครอง ซัดกลุ่มแพ้แล้วพาล อยากเป็น สว.ตัวจริง เชื่อโอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
วัส จับตาคำร้อง ผู้สมัครสว. สู่ศาลรธน. เทียบเคียง 'รัฐประหารเงียบ'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากคำร้อง 17 หน้าสู่ข้อสงสัย “รัฐประหารเงียบ”: เมื่อการยึดสภาสูงอาจข้ามเส้นสู่การล้มล้างการปกครอง?
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสวิเคราะห์เจาะลึกปม 'หมอสรณ' ดื้อแพ่งนัดประชุม กสทช.ขัดคำสั่งศาล
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ดร.ณัฎฐ์ จ่อแจ้งความ ‘สมชัย-พริษฐ์กับพวก’ ปมบัตรบาร์โค้ด
ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย-พริษฐ์กับพวก” รวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช.สอบ “ไอติม” กรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
'ณัฐพงษ์' ลั่นตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ แก้ที่มาองค์กรอิสระ หลังศาล รธน. ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมาย
"ณัฐพงษ์" ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นการลงคะแนนลับแบบมีเงื่อนไข ชี้ช่องโหว่บาร์โค้ดระบุตัวผู้มีสิทธิ์ ย้ำต้องตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

