'ฮั้วสว. - Spectre C ' ความลับสาธารณะ : เมื่อทุกฝ่ายรู้ แต่ไม่มีใครยอมรับ

20 ก.พ. 2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิตเผยแพร่บทความ เรื่อง 'ความลับสาธารณะ : เมื่อทุกฝ่ายรู้ แต่ไม่มีใครยอมรับ' มีเนื้อหากดังนี้

มีสองเรื่องดังในทางการเมืองที่น่าพูดถึง คือหนึ่งการ “ฮั้ว” สว. และสอง “สเป็คเตอร์ ซี” (Spectre C) อันเป็นเรื่องที่รับรู้กันในหมู่พรรคการเมือง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป ว่ากรณีแรกคือการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อควบคุมผลลัพธ์ของกระบวนการคัดเลือกหรือเลือกตั้ง สว. ที่กระทำการอย่างเป็นระบบ ซึ่งหลายพรรคที่เข้าสู่การแข่งขันต่างทำด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่กลุ่มที่ทำสเคล (Scale) ใหญ่ที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ส่วนกรณีที่สอง คือหน่วยงานปฏิบัติการด้าน “ข้อมูลข่าวสาร” หรือ Information Operations (IO) ที่ดำเนินงานในโลกออนไลน์ของพรรคการเมืองเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์พรรคตนเองและลดทอนความน่าเชื่อถือจนถึงทำลายคู่แข่งขันทางการเมือง

ปรากฎการณ์ทั้งสองอย่างนี้คือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “การควบคุม” (Control) ฝ่ายหนึ่งควบคุม “ที่มา” ของอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งควบคุมการ “รับรู้” ของประชาชน เรื่องเหล่านี้มักถูก “ปฏิเสธ” ในที่สาธารณะ แต่กลับถูกพูดถึงอย่าง “เปิดเผย” ในวงปิดและในบทสนทนาของสังคมโดยรวม อันเกิดสภาวะที่อาจเรียกได้ว่า “ความลับสาธารณะ” (public secret) คือ สิ่งที่ทุกฝ่ายรู้ว่า “มีอยู่” แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องกล่าวว่า “ไม่มี”

การดำรงอยู่ของพฤติกรรมนี้มิได้เป็นเพียงปัญหาทางศีลธรรมของบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หากแต่สะท้อนโครงสร้างแรงจูงใจของระบบการเมืองที่การแข่งขันมีเดิมพันสูง และต้นทุนของความพ่ายแพ้สูงยิ่ง เมื่อชัยชนะทางการเมืองนำไปสู่การควบคุมงบประมาณมหาศาล อำนาจเชิงนโยบาย และ “ปากท้อง” ทางการเมืองของเครือข่าย การพ่ายแพ้จึงไม่ใช่เพียงการสูญเสียตำแหน่ง แต่หมายถึงการถูกกันออกจากวงจรอำนาจ

ในบริบทเช่นนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคย่อมเผชิญแรงกดดันให้ใช้เครื่องมือทุกประเภทที่มีอยู่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หากฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าคู่แข่งใช้วิธีการจัดตั้งเครือข่ายหรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร อีกฝ่ายก็มีแนวโน้มจะใช้วิธีเดียวกันเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ กระบวนการเช่นนี้สร้างวงจรที่ยากจะหยุดยั้ง ยิ่งทุกฝ่ายเชื่อว่าคู่แข่งทำ ยิ่งต้องทำตาม และเมื่อทุกฝ่ายทำ การปฏิเสธในที่สาธารณะก็กลายเป็นกลไก “แอร์เสีย” อ้างเพื่อ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” ทางการเมืองที่จำเป็น

ทั้งหมดนำไปสู่การ “สึกกร่อน” ของความรับผิดชอบต่อคำพูดในพื้นที่สาธารณะ เมื่อการปฏิเสธสิ่งที่สังคมรับรู้ร่วมกันไม่ก่อให้เกิดต้นทุนทางการเมืองที่ชัดเจน การกล่าวอ้างที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงก็ไม่ถูกลงโทษ ส่งผลให้ความจริงค่อย ๆ สูญเสียสถานะในฐานะเงื่อนไขของความชอบธรรมทางการเมือง ในขณะที่ผู้สนับสนุนหรือ “สาวก” ทางการเมืองจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันมากกว่าความถูกต้องของข้อมูล การตรวจสอบภายในจากกลุ่มผู้สนับสนุนย่อมอ่อนแอลง การโกหกหรือการบิดเบือนกลายเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำ ขณะที่การยอมรับความจริงอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางการเมืองมากกว่า การเมืองจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการแข่งขันเชิงนโยบาย ไปสู่การแข่งขันเพื่อ “ควบคุม” การรับรู้ และความหมายของความจริงในสังคม

สิ่งที่น่าเศร้าจึงไม่ใช่การที่พรรคการเมืองใดใช้วิธีการ “สีเทา” หากแต่เป็นการที่ระบบไม่ให้ “รางวัล” กับความซื่อสัตย์อย่างเพียงพอ ประสบการณ์ทางการเมืองชี้ให้เห็นว่า เมื่อการใช้เครือข่าย การจัดตั้ง และปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารสามารถสร้างความได้เปรียบอย่างแท้จริง พรรคการเมืองย่อมมีแรงจูงใจในการใช้เครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่การบังคับใช้กติกาเป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ หรือการตรวจสอบสาธารณะไม่มีพลังเพียงพอ

ดังนั้น เมื่อการ “โกหก” หรือการ “ปฏิเสธ” สิ่งอันเป็นที่รับรู้ร่วมกันไม่ก่อให้เกิดต้นทุนทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะย่อมเสื่อมทรุดลงไปเรื่อย ๆ เมื่อคำพูดในพื้นที่สาธารณะ “ไม่มี” ราคา คำสัญญาเชิงนโยบายก็ย่อม “สูญเสีย” ราคาไปด้วย

ความหวังในการปรับปรุงคุณภาพของการเมืองจึงไม่อาจผูกไว้กับการปรากฏขึ้นของพรรคการเมืองที่บริสุทธิ์กว่าพรรคอื่นเพียงอย่างเดียว หากควรตั้งอยู่บนการเสริมสร้างโครงสร้างที่ทำให้ “การโกหก” มีต้นทุนและ “การบิดเบือน” ข้อเท็จจริงถูกลงโทษ หากสังคมสามารถสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ทุกพรรคการเมืองต้องระมัดระวังต่อคำพูดและการกระทำของตนเองมากขึ้น การเมืองย่อมมีแนวโน้มจะค่อย ๆ ปรับตัวไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น แม้จะไม่อาจกำจัดพฤติกรรม “สีเทา” ได้ทั้งหมดก็ตาม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดาไม่ยาก! อ.ไชยันต์ ชี้เบาะแสที่มาชื่อบริษัท 'Spectre C' มาจากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Spectre C. ??!! ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค

'หมอตุลย์' แจง 5 ประเด็นบริษัท Spectre C เข้าข่ายองค์ประกอบยุบพรรคส้ม

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พรรคประชาชนทำผิดอะไรถึงน่าจะถูกยุบพรรค กรณี Spectre C

ผิดถึงยุบพรรค! หมอตุลย์ชี้ช่อง Spectre C เข้าข่ายเป็นบริษัทสื่อของ ปชน.  

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องบริษัท Spectre C ที่เกี่ยวพันกับพรรคประชาชนว่า 

เอาแล้ว ‘ธิษะณา’ โพสต์เตรียมดำเนินคดี ‘อมรัตน์’

หลังจากที่ นางสาวธิษะณา ชุนหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า พรรคประชาชน มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ ในการทำงานพรรค โดยว่าจ้างบริษัทที่มีชื่อว่า Spectre C ในการดำเนินการ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด ‘คดีฮั้ว สว.’ อั้งยี่-ฟอกเงิน ต้องรอเกมตัดสินจาก กกต.

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า สารตั้งต้นคดีฮั้ว สว.ปี 2567 แยกเป็นคดีหลักและคดีสาขา สำนวนที่ กกต.รับไต่สวน เป็นคดีหลัก ส่วนคดีอาญาฐานร่วมกันกระทำอั้งยี่ สมคบกัน