ขำไม่ออก! ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์บิ๊กโจ๊กกับเมีย 4.7 แสนบาท

ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์ เงินชำระเบี้ยประกันชีวิตบิ๊กโจ๊กกับ เมีย ผ่านบัญชีม้าเว็บพนัน 4.7 เเสนบาทตกเป็นของแผ่นดิน

25 ก.พ.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของ นางศิรินัดดา หักพาล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 จำนวน 476,318 บาท ของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ตกเป็นของแผ่นดิน

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46

โดยผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เห็นว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีอาญาที่ 468/2566 ไม่ชอบด้วยกฎหมายกฎเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ก็ชอบที่จะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีอาญาแยกต่างหากจากคดีนี้

เเต่เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นลำดับมาโดยถูกต้อง พนักงานอัยการผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้


คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่ากรณีมีความผิดมูลฐานและผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 กระทำความผิดหรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่

ผู้ร้องมีนายสมเพียร ยันทะรักษ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เบิกความว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ เป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น เพื่อโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่น เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2

ซึ่งบัญชีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ใช้แทนนั้นเป็นผู้ต้องหาร่วมในคดีอาญาที่ 391/2566 สน. เตาปูน ในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนั้น พ.ต.ท.คริษฐ์ ยังถูกดำเนินคดีร่วมกับผู้ต้องหารายอื่นในคดีอาญาที่ 468/2566 สน. ทุ่งมหาเมฆ กล่าวหาว่า ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงินและความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยประการที่รู้หรือคนรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

และในช่วงระยะเวลาที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดตรวจสอบพบธุรกรรมการโอนเงินจำนวนมากเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดีอาญาอื่น การที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้บัญชีผู้อื่นจะทำธุรการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนย่อมส่อเจตนาไม่สุจริตและปกปิดอำพรางทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สุจริต

กรณีจึงปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเบี้ยประกันภัยจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ได้เวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันโดย พ.ต.ท.คริษฐ์ ผ่านทางบัญชีธนาคารของบุคคลทั้ง 3 รายดังกล่าวบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้โอนเงินเวนคืนกรมธรรม์เข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวข้างต้น

กรณีจึงเป็นปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเงินในบัญชีธนาคารตามคำร้องจำนวน 476,318 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เกิดขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอาการต่อไปว่าผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มีความเกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่เห็นว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ กับพวกยังตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบกับตามทางไต่สวนได้ความว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นในลักษณะบัญชีตัวแทนและมีเงินหมุนเวียนสูงถึงหลักล้านบาทมาโดยตลอด จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปที่ทำธุรกรรมทางการเงินโดยสุจริต พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นข้าราชการตำรวจย่อมรู้หรือควรรู้ว่าการใช้บัญชีของบุคคลอื่นในลักษณะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดและเป็นการละเมิดต่อกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าพ.ต.ท.คริษฐ์เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ 2542 มาก่อน

เมื่อข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ต่อมาว่า พ.ต.ท.คริษฐ์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 2 และได้ทำหน้าที่เป็นนายเวรหรือผู้ช่วยส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 2 และเป็นบุคคลซึ่งผู้คัดค้านที่ 2 ได้ไว้วางใจดังจะเห็นได้จากการที่ผู้คัดค้านที่ 2 มอบเงินสดจำนวนมากเพื่อให้พ.ต.ท.คริษฐ์นำไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 รวมถึงเบี้ยประกันชีวิตซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 พฤติการณ์บ่งชี้ว่าพ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มากกว่าเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วไป

ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าผู้ค้านที่ 1 และ 2 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาก่อน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่าทรัพย์สินจำนวน 3 รายการตามบัญชีรายการทรัพย์สินเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลรับฟังข้อเท็จจริงข้างต้นแล้วว่าผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดตามมูลฐานมาก่อน เมื่อได้ความจากทางไต่สวนว่าบัญชีธนาคารซึ่งใช้รับเงินจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เงินในบัญชีดังกล่าว จึงมีเงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย

แม้เงินที่ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 จะมอบให้กับ พ.ต.ท.คริษฐ์จะเป็นเงินที่สุจริต แต่เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่า เงินที่ได้รับการเวนคืนจากบริษัท เอไอเอ จำกัด แล้วนำไปเข้าบัญชีของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เงินส่วนใดบ้างที่เป็นเงินมาจากบัญชีของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันเป็นความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย และเงินส่วนใดบ้างเป็นเงินที่สุจริตไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนเท่าใด

เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานมาก่อนและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ทรัพย์สินรายการที่ 1-3 เป็นทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จึงมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1-3 ตามบัญชีทรัพย์สินเอกสารหมาย ล.10 พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 49 และมาตรา 51

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ จับบัญชีม้ารับโอนเงินเว็บพนันกว่า 20 แห่ง ฟอกเงินผ่านคริปโต 500 ล้านบาท

"ดีเอสไอ" ส่งตัวผู้ต้องหาบัญชีม้าเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ หลังพบเปิดบัญชีรับเงินเว็บพนันออนไลน์กว่า 20 แห่ง เชื่อมขบวนการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกเสียหายกว่า 2,000 ล้าน แฉเส้นทางฟอกเงินผ่านคริปโตหมุนเวียน 3 เดือน ทะลุ 500 ล้าน เร่งล่าอีก 3 ผู้ต้องหาหนีคดี

ศาลแพ่ง สั่ง 'เหมืองทองอัครา' เยียวยาชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ-จิตใจ

ศาลเเพ่ง สั่ง บมจ.อัครา รีซอร์สเซ จ่ายสูงสุดรายละ 2 เเสนกว่าบาท ให้ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ เกือบ 400 ชีวิตที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกาย จากการทำเหมืองแร่ เกิดสารปนเปื้อนลงในน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สส.ชนนพัฒฐ์' ยังใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่ได้ ปมคดีเว็บพนัน

นักกฎหมายมหาชนอธิบายชัด เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.ใช้ได้เฉพาะช่วงสมัยประชุม ขณะนี้ยังไม่เปิดประชุมสภา DSI จึงมีอำนาจออกหมายเรียกได้ หากไม่มาตามหมาย 2 ครั้ง อาจนำไปสู่หมายจับ

คดีสินบนทองคำ 90 วันรู้ผล เอกวิทย์อยู่ต่อ-ร่วง?

กลายเป็นคดีสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตามองขึ้นมาทันที หลัง “ประธานศาลฎีกา-อดิศักดิ์ ตันติวงศ์” ออกคำสั่งประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะผู้ไต่ส่วนอิสระ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อกันส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาฯ ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ กรณีมีเรื่องร้องเรียนว่า “เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)” มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่-ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง