
1 มี.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ แนะแผนดัดหลังภูมิใจไทย
หลังจากผลการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกมา ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งทั้งส.ส.ระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 193 คน ถือว่าเป็นพรรคอันดับ1 และมีสิทธิ์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นโอกาสของพรรคภูมิใจไทย ที่จะเลือกพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะนำเอาพรรคการเมืองใดมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง
จึงเห็นภาพพรรคภูมิใจไทย เชิญพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองเล็กๆ เพื่อรวบรวมจำนวนเสียงสนับสนุนให้เกิน 250 เสียง ในขณะเดียวกันก็มีท่าทีวางเฉย หรือเกี่ยงที่จะเชิญพรรคกล้าธรรม รวมไปถึงมีกระแสข่าวการปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองบางพรรค หรือไม่ต้องการให้บุคคลใดมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งเป็นท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่มีความทะนงตัว ทำให้เกมการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยเป็นตัวกำหนด หรือที่เรียกกันว่า หล่อเลือกได้
จึงทำให้นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ที่อยากจะร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่ลงทุน เสียทรัพยากร กระสุนดินดำในการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ต้องใช้วิธีการดิ้นรนเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อถอนทุนให้ได้ จึงเห็นพรรคการเมืองพรรคใช้วิธีการติดต่อไม่ทางตรงทางอ้อม หวังที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลให้ได้
ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาก่อน อยากจะเสนอแนวทางว่า พรรคการเมืองต่างๆไม่ควรจะงอมืองอเท้า หรือปล่อยโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายกระทำ หรือเป็นคนกำหนดเกม พรรคการเมืองต่างๆก็สามารถกำหนดเกม หรือต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้ ขอเพียงว่าพรรคการเมืองเหล่านั้น มีความจริงใจมีสัจจะวาจา จับมือกันเหนียวแน่น แบบไปไหนไปกัน ตัดสินใจอย่างไรก็เอาด้วยกันหรือไม่
สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือ อยากให้พรรคการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ งดออกเสียง ในวันที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถ้าพรรคการเมือง4พรรค งดออกเสียง จะทำให้เสียงสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถึง 250 เสียง ก็ไม่สามารถจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้
แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทย จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนถัดไปขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีก คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทั้ง4พรรค จะพิจารณาว่า จะงดออกเสียงต่อ หรือจะเจรจาจับมือกันร่วมรัฐบาล ซึ่งถ้าเป็นโอกาสเช่นนี้แล้ว เสียงของพรรคภูมิใจไทยก็จะอ่อนลง และเป็นโอกาสของพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะเจรจาต่อรองไม่ให้อำนาจการต่อรองทางการเมืองหรือเกมการเมืองอยู่ในมือของพรรคภูมิใจไทย หรืออยู่ในมือครูใหญ่เพียงฝ่ายเดียว
ที่สำคัญก็คือ ต้องผู้จัดการหรือผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ที่มีบารมีเพียงพอ ทำหน้าที่ประสานพรรคการเมืองเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม 2พรรคนี้งดออกเสียง ไม่ต้องกังวลถึงพรรคประชาชน เพราะพรรคประชาชนประกาศล่วงหน้าไปแล้วว่า จะไม่มีการโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่2แน่นอน
เพราะฉะนั้นเกมนี้ ถ้าจะแก้เผ็ด หรือจะดัดหลังพรรคภูมิใจไทย หรือครูใหญ่ ทำได้ไม่ยาก จับมือกันงดออกเสียง ทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ
นายกฯ เปิดเวทีธุรกิจไทย–อินโดนีเซีย ดัน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เชื่อมตลาดกว่า 350 ล้านคน
ที่โรงแรม Fairmont Jakarta กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหา
'อนุทิน 'เปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการ 6–7 ส.ค.
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมห
ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.
กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี
นายกฯ หน้าบาน แม่ค้าขอไทยช่วยไทยพลัสมีต่อเนื่อง
นายกฯ โพสต์เดินสำรวจตลาดแบบออแกนิค โอ่ แม่ค้าชมไทยช่วยไทยพลัส ทำขายของหมดเร็วกว่าเดิม คนซื้อเยอะ อยากให้มีเรื่อยๆ

